รีวิวสอบเข้า แพทย์ มข. & รามา โอกาสที่มากกว่าของชาวอีสาน

Review - แพทย์ มข. - BMAT - Faculty of Medicine - Northeast - Thailand - Big Cover 1เริ่มรู้จัก BMAT แพทย์ มข. & รามา และโอกาสที่มากกว่าสำหรับชาวอีสาน

         ผมรู้จัก BMAT ตอนมาฟังงานแนะแนวของ OnDemand ที่จังหวัดอุดรธานี ก็รู้สึกว่าน่าสนใจ เป็นอีกทางเลือกนึงที่เหมาะกับเรา สำหรับโอกาสในการเข้าหมอด้วยรอบ Portfolio แล้วสมัยที่ผมอยู่ม.5 เทอม1 ทางแพทย์ มข. เขาก็ประกาศเปิดรับด้วยคะแนน BMAT พอดี แต่รับแค่ 36 คนเอง ในขณะที่รอบโควต้าเขารับกันเป็นร้อยๆ เทรนด์ของ BMAT ก็ยังดูน้อยอยู่ ก็เลยคิดว่าอยากลองเสี่ยงดูเฉยๆ แต่มาถึงตอนนี้ มันรับเยอะขึ้น อย่างปีที่ผ่านมา ทั้ง MDX และ MD02 อย่าง MD02 นี่ขึ้นมาเป็น 70 กว่า ก็คือเพิ่มขึ้นมาเป็นเท่าตัวเลย ในขณะที่รอบโควต้าลดลงเรื่อยๆ เหลือแค่ 50 กว่าคนเอง เหมือนเขารับรอบ Portfolio เป็นรอบหลักแทนไปซะแล้ว สำหรับคนที่ยังลังเลอยู่ว่า จะเอารอบ 9 วิชาสามัญหรือ BMAT ดี ผมว่า BMAT น่าสนใจกว่า ลุ้นน้อยกว่าด้วย หมายความว่าถ้าคุณสอบ BMAT ผ่านเกณฑ์เนี่ย คุณมีโอกาสติดสูงเลย แล้วถ้าเกิดสอบไม่ผ่าน ก็แค่ไปลองกับ 9 วิชาสามัญต่อก็ได้

การแข่งขัน - BMAT - แพทย์ มข. - Faculty of Medicine - Northeast - Thailand - Big Cover 3          ยิ่งโครงการ MD02 นะ มันเป็นโอกาสทองมากๆ สำหรับคนที่อาศัยอยู่ภาคอีสาน มันเป็นโครงการที่รับคนพื้นที่โดยเฉพาะเลย อัตราการแข่งขันไม่สูงเท่าโครงการอื่น ถ้าเทียบอัตราการแข่งขันนะ อย่างรอบ กสพท อัตราการแข่งขันจะอยู่ที่ 1:25 คน แต่ถ้าเปลี่ยนมาเป็น BMAT อัตราการแข่งขันจะลดเหลือ 1:8 แล้วจะลดลงมาอีก ถ้าเป็นโครงการ MD02 เหลือแค่ 1:1 เลย เหมือนสู้กับคนคนเดียวเอง ถ้าคะแนนถึงเกณฑ์ก็แทบไม่มีอะไรน่ากังวลเท่าไหร่ครับ ถ้าเราเป็นคนภาคอีสานอยู่แล้ว BMAT แพทย์ มข. เป็นทางเลือกที่น่าสนใจมากครับ ถ้าไม่ลองยื่นโครงการนี้ ผมว่าน่าเสียดายมากๆครับ

ปล. แต่ผมเลือก MDX นะ เพราะผมดูจากผลคะแนนของตัวเองและพอร์ตแล้ว ค่อนข้างเป็นที่พอใจ เลยอยากลองเสี่ยง Challenge ตัวเอง ไปยื่น MDX จะได้ไม่ต้องมาแข่งกับเพื่อนตัวเองด้วย

          ผมรู้สึกว่า BMAT มันเป็นทางลัด มันกระโดดข้ามขั้นตอนต่างๆไปได้ อย่างม.ปลาย ก็เรียนพิเศษแค่ IELTS กับ BMAT แล้วก็สอบเข้าไปเลยแค่นั้น คนส่วนใหญ่ชอบกลัวเรื่องภาษาอังกฤษ แต่จริงๆแล้วในส่วนของภาษาอังกฤษ อย่างใน Part2 มันไม่ได้ยากขนาดนั้น แต่ถ้าเรามีพื้นฐานภาษาอังกฤษดีก็จะทำให้เราทำข้อสอบได้เร็วขึ้น ตีความโจทย์ได้ตรงมากขึ้น แต่ถ้าใครยังไม่มีพื้นฐานภาษาอังกฤษก็ไปเพิ่มซะ ยังไงก็คุ้ม เพราะ BMAT ก็รับรอบ1 Portfolio เป็นหลักอยู่แล้ว ตอนนั้นผมเลยตัดสินใจมุ่งที่ BMAT อย่างเดียว แทบไม่ได้เตรียม กสพท เลยเพราะคิดว่ามันยาก แล้วก็ต้องสอบเยอะด้วย

Timeline - การเตรียมตัว - BMAT - แพทย์ มข. - Faculty of Medicine - Northeast - Thailand - Big Cover 2Timeline การเตรียมตัว BMAT แพทย์ มข. & รามา

           เริ่มจาก ม.5 พอเข้าเทอม 2 ผมก็เริ่มติว BMAT ที่ ignite by OnDemand นี่แหละ  ประกอบกับตอนนั้นเข้าค่าย สอวน ด้วย เลยเหมือนได้ความรู้เชิงลึกมาด้วยเวลาอยากทบทวนบทเรียนก็จะง่ายขึ้น พอถึงช่วงปิดเทอม ก็ลุยติว IELTS ลองสอบอัพคะแนนไปเรื่อยๆ สอบครั้งแรกได้ 6.5 แล้วก็ไปฝึกมาเพิ่ม จนอีกครั้งก็ได้ 7.0 ตามที่ตั้งใจไว้
           ม.6 ปีสุดท้าย ผมทุ่มเทเวลาให้กับการอ่านทบทวนเอง และฝึกทำโจทย์จับเวลา ข้อไหนที่ติด โจทย์แบบไหนที่พลาดบ่อยๆก็เอามาทวน ทำซ้ำๆ สุดท้ายไปสอบผมได้คะแนน Overall = 15.3A ครับ (Part1 = 5.9, Part2 = 6.4 และ Part3 = 3A)

(น้องๆคนไหนที่ยังไม่มั่นใจในการสอบ IELTS แนะนำบทความ >> ผ่าข้อสอบ IELTS ก่อนสอบ IGNITE BY ONDEMAND เพื่อศึกษาแนวข้อสอบ IELTS ในการเตรียมตัวสอบ)

การเตรียม Portfolio

           อย่างที่หลายๆคนรู้กัน องค์ประกอบของพอร์ตหลักๆ ควรจะมีส่วนสำคัญสามด้าน คือ ด้านวิชาการ ด้านงานวิจัยหรือโครงงาน และด้านจิตอาสา ซึ่งในส่วนอื่นๆก็แล้วแต่มหาวิทยาลัยด้วย สมัยผม ม.4 – ม.5 ยังไม่ได้ตั้งใจเลือกว่าจะเอารอบไหนในการเข้ามหาวิทยาลัย ผมก็เข้าค่ายโอลิมปิกวิชาการไว้เพื่อให้ได้ความรู้เชิงลึกหน่อย ปรากฏว่าพอมีประกาศรอบ Portfolio พอดี เราก็เอาอันนี้แหละไปใส่พอร์ตได้เลย ในส่วนของงานวิจัย เราก็ทำโครงงานคณิตศาสตร์ขึ้นมาแล้วก็เอาไปตระเวนแข่งตามรายการต่างๆ ครับ

ส่วนพวกจิตอาสา ผมได้ลองไปฝึกงานที่โรงพยาบาล 5 วัน วันละ 8 ชั่วโมง แล้วเราก็พยายามทำตัวให้ active พยายามเข้าไปช่วย พยายามเข้าไปถาม เราพยายามไม่ไปทำเพียงเพราะแค่จะเอารูป เอาผลงานมาทำพอร์ตเท่านั้น แต่เราไปเอาเรื่องราวและประสบการณ์มากกว่า เพราะมันไม่ได้สำคัญขนาดนั้นว่ามีอะไรอยู่ในพอร์ต แต่ที่สำคัญคือ เวลาเราเจอกรรมการแล้วเรามีเรื่องไปพูดให้เขาฟัง

นอกจากนั้นก็มีกิจกรรมอื่นๆด้วยนะ อย่างที่ขอนแก่นมีงานวิ่งมาราธอนเยอะมาก เราก็ใส่เรื่องตอนเราไปวิ่งมาราธอนเข้าไป ก็คิดว่า เอ๊ะ มันทำให้มีเรื่องเล่าดีนะ แต่สุดท้ายยังไงพอร์ตก็ไม่มีกำหนดตายตัวเป๊ะๆหรอกครับ แล้วแต่คนแต่ละคนด้วย ทำพอร์ตที่เหมาะกับตัวเรา แสดงจุดเด่นของเราออกมาให้ได้ดีกว่าครับ

การตัดสินใจครั้งสำคัญตอนสอบติด

            ตอนที่ประกาศเรามีรายชื่อติดรอบสัมภาษณ์ที่ จุฬาฯ รามา วชิรพยาบาล แล้วก็ขอนแก่นด้วย ส่วนตัวผม ผมคิดว่า เราก็ไปสัมภาษณ์ทุกที่นั่นแหละ แต่คราวนี้วันเวลาสัมภาษณ์ของที่จุฬาฯจะชนกับรามาพอดี ทำให้เราต้องเลือก จริงๆทุกมหาวิทยาลัยดีหมดเลย แต่ผมคิดว่ารามาน่าจะตอบโจทย์ผมมากกว่า เพราะว่าเห็นพวกวีดีโอประชาสัมพันธ์ต่างๆ ไม่รู้สิ แต่มันดูเข้ากับผมมากกว่า ผมเลยไปสัมภาษณ์ที่รามา แล้วก็ไปสัมภาษณ์ที่มข. และที่วชิรพยาบาลด้วย

สุดท้ายก็ติดที่ มข. วชิรพยาบาล และรามา ก็เลยตัดสินใจไปที่รามาธิบดีครับ 

ด่านสอบสัมภาษณ์ แพทย์ มข. & รามา

การสัมภาษณ์แต่ละที่ เป็นมาตรฐานเดียวกันหมดคือ MMI (Multiple Mini Interview) เป็นแบบห้องย่อยๆ เดินเข้าห้องนึง พอหมดเวลาก็เดินออกไปอีกห้องนึง

สำหรับ แพทย์ มข. เขาจะให้เรายืนรอหน้าห้อง พอมีเสียงออดเราก็จะเดินเข้าไปในห้อง กรรมการจะไม่ถามตอบกับเรา คือเขาจะให้อ่านแค่คำถาม แล้วเราก็พูดให้กรรมการฟังอย่างเดียว แล้วก็มีกล้องบันทึก แต่ถ้าเขาอยากฟังอะไรเพิ่ม เขาก็จะพูดแค่ว่า มีอะไรพูดเพิ่มเติมอีกไหม?

ตอนไปสัมภาษณ์เจอ 4 คำถาม 7 stations ที่เหลือเป็นพัก คำถามที่เจอแล้วรู้สึกว่ายากที่สุดคือแนวคำถามที่เขาให้วิเคราะห์สถานการณ์ต่างๆ เช่น ให้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเอานักเรียนที่เป็นออทิสติกมาเรียนรวมกับนักเรียนปกติ คือผมรู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่เราไม่ได้เตรียมตัวมาก่อน เราต้องใช้ไหวพริบในการตอบ มันเลยยาก

แนะนำว่าอยากให้เตรียมตัวทั้งเรื่องการพูดและการเขียน อย่างตอนไปสัมภาษณ์ ไม่รู้มาก่อนเลย อยู่ๆเขาก็แจกกระดาษให้เขียนเรียงความหัวข้อประมาณว่า ‘เรามองตัวเองในฐานะแพทย์ในอนาคตอย่างไร?’ แต่ไม่ต้องห่วงเรื่องภาษานะครับ ทั้งการเขียนเรียงความและสัมภาษณ์ทั้งหมดเป็นภาษาไทย

สำหรับ แพทย์ รามา ใช้เวลาทั้งกระบวนการจริงๆคือ 4 วัน มีวันนึงตรวจร่างกาย วันนึงไปดูโรงพยาบาล วันนึงทำแบบทดสอบทางจิตวิทยา ทำกิจกรรมกลุ่ม และวันสุดท้ายเป็นวันสัมภาษณ์จริง เท่าที่จำได้ เหมือนมี 13 stations รูปแบบคล้ายๆกับของ แพทย์ มข. แต่กรรมการจะถามตอบกับเรามากกว่า ไม่มีกล้อง รูปแบบของคำถามจะค่อนข้างหลากหลาย บางห้องก็ให้เป็นคะแนน บางห้องก็เป็นแค่ผ่านกับไม่ผ่าน การสัมภาษณ์ส่วนใหญ่เป็นภาษาไทยทั้งหมด มีอังกฤษอยู่ห้องเดียวแต่ถึงเป็นห้องภาษาอังกฤษ เขาก็ไม่ว่าอะไร ถ้าจะขอเขาพูดภาษาไทย ผมเองก็ขอเขาตอบเป็นภาษาไทย เพราะคิดว่าอธิบายเป็นภาษาไทยน่าจะเข้าใจได้มากกว่า

บรรยากาศโดยรวมไม่ค่อยกดดัน กับเพื่อนๆก็อยู่ด้วยกันมาตั้ง 4 วันแล้ว กิจกรรมกลุ่มก็ทำด้วยกันมา กิจกรรมกลุ่มเป็นลักษณะเหมือนการละลายพฤติกรรมมากกว่า ให้ทำภารกิจร่วมกัน เช่น มีอุปกรณ์มาให้ แล้วให้เราประดิษฐ์เป็นนู่นเป็นนี่ ทำรางให้ลูกปิงปองวิ่ง อะไรประมาณนี้ คิดว่าแต่ละปีก็คงจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ

มีอีกจุดที่คล้ายกับ แพทย์ มข. คือ มีให้เขียนเรียงความสด แต่อันนี้เขียนเป็นภาษาอังกฤษ เพราะฉะนั้นสำหรับคนที่สอบติดแล้วจะไปสัมภาษณ์ก็ควรเตรียมทั้งพูดและเขียนนะครับ

ความประทับใจที่ ignite by OnDemand

โห ผมประทับใจ staff มากๆ ครับ เพราะว่า พอคะแนนถึงแล้วเนี่ย ผมไปที่ ignite ที่กรุงเทพฯ ตั้ง 2 ครั้ง แล้วก็ได้รับคำปรึกษาที่ดีถูกใจมากๆ ครั้งแรกไปตอนที่คะแนนเพิ่งออก ก็ไปหาคำแนะนำเรื่อง Portfolio แล้วพี่ๆแนะนำดีมาก เรื่องการเขียน story ในพอร์ต กับการเพิ่มกิจกรรม แล้วก็ไปอีกรอบนึงตอนที่ เตรียมสัมภาษณ์ ผมไป Mock interview ก็ได้รับคำแนะนำดีมากๆจากพี่กั๊ก ทำให้มั่นใจมากขึ้น ตอบได้ตรงประเด็น จนวันนี้ผมสอบติดแล้ว ขอบคุณมากๆครับ

เป็นยังไงบ้างครับน้องๆ ที่กำลังเตรียมตัวสอบเข้าคณะแพทย์ ด้วยคะแนน BMAT โดยเฉพาะชาวภาคอีสานที่อยากสอบเข้าคณะแพทย์ มข. คงได้เทคนิคในการเตรียมตัวในการสอบ และการเตรียม Portfolio ได้อย่างเจาะลึกกันเลย น้องๆสามารถศึกษาเรื่องการสอบ BMAT เพิ่มเติมต่อ อย่างเจาะลึกได้กับบทความ >> 8 อย่างที่ต้องรู้เกี่ยวกับการสอบ BMAT

สำหรับน้องๆ คนไหนที่มองหาตัวช่วยในการเตรียมตัวสอบ สามารถดูรายละเอียดคอร์ส BMAT ได้ที่ link: https://www.ignitebyondemand.com/our-courses/bmat/

คลิกปรึกษาวางแผนเตรียมตัวการสอบ และอัพเดตข่าวสารอินเตอร์ก่อนใครได้ที่ Line@
@ignitebyondemand

About The Author

ignite idol

ignite idol น้องๆ ignite ที่ประสบความสำเร็จในการสอบเข้ารั้วมหาวิทยาลัยภาคอินเตอร์ ที่ผ่านการการเรียนรู้ทั้งด้านวิชาการและกิจกรรม ผ่านการเตรียมตัวการสอบด้วยเทคนิคต่างๆที่น่าสนใจอย่างเข้มข้น เป็นแบบอย่างที่น่าภูมิใจให้กับน้องๆและเพื่อนๆทุกคน ก้าวสู่ความสำเร็จในการสอบเข้ารั้วมหาวิทยาลัยภาคอินเตอร์ในฝัน

Add a comment

*Please complete all fields correctly

Related Blogs

Review - BMAT Test - Part1 - Big Cover 1
Posted by IGNITE | May 17, 2019
รีวิวข้อสอบพร้อมเทคนิคพิชิต ข้อสอบ BMAT Part 1 By พี่ภัทร์และพี่กั๊ก
รีวิวข้อสอบพร้อมเทคนิคพิชิต ข้อสอบ BMAT Part 1  By พี่ภัทร์และพี่กั๊ก สวัสดีครับน้องๆ ทุกคน วันนี้พี่ภัทร์และพี่กั๊กจะขอเอาใจน้องๆ ที่อยากเป็นหมอ น้องๆหลายคนคงทราบกันแล้วว่า BMAT สำคัญมากๆ ในการยื่นเข้ารอบ 1 (Portfolio) โดยในปี 2562 ที่ผ่านมา มีการเปิดรับสมัครด้วยการยื่นคะแนน BMAT กว่า 400 ที่นั่ง !!! จากหลายสถาบัน โอกาสมาถึงขนาดนี้ ใครไม่เตรียมสอบ BMAT...
Delve into - IELTS Writing - 7up - Big Cover Photo1
Posted by ปรัชญพงศ์ ยาศรี | May 16, 2019
เจาะลึก ทุกเกณฑ์การให้คะแนนและเทคนิค IELTS Writing เพื่อพิชิตคะแนน 7.0 Up โดย ดร.พี่กั๊ก Ignite by OnDemand
เจาะลึก ทุกเกณฑ์การให้คะแนนและเทคนิค IELTS Writing เพื่อพิชิตคะแนน 7.0 Up โดย ดร.พี่กั๊ก Ignite by OnDemand สวัสดีครับน้องๆชาว ignite ทุกคน พี่กั๊กมารายงานตัวแล้วครับ น้องๆรู้ไหมครับว่า ในการสอบ IELTS ทักษะไหนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นทักษะที่คะแนนมีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด แน่นอนครับว่า คือ ทักษะการเขียน (Writing) เพราะเป็นทักษะที่เราจะต้องแสดงความสามารถทางภาษาออกไปทั้งหมดทั้งด้านเนื้อหา ด้านการถ่ายทอด และด้านภาษาที่ใช้สื่อ ซึ่งทำให้เราไม่สามารถเดาสุ่มคำตอบได้เหมือนทักษะอื่นๆ             เพื่อเป็นผู้ช่วยให้น้องๆได้อัพคะแนน...
Timeline - Portfolio - ทันตะ จุฬาฯ - Sat - Subject - Test - Big Cover 1
Posted by ignite idol | May 2, 2019
TIME LINE สอบติด ทันตะ จุฬาฯ รอบ Portfolio ของนักยิงปืนทีมชาติ กับน้องมุ้ย พิมพ์ชนก เต็มมาศ
เปิด TIME LINE สอบติด ทันตะ จุฬาฯ รอบ Portfolio ของนักยิงปืนทีมชาติ กับ น้องมุ้ย พิมพ์ชนก เต็มมาศ วันนี้น้องมุ้ย (พิมพ์ชนก เต็มมาศ) นักยิงปืนทีมชาติไทย จะมาแบ่งปันประสบการณ์ สอบเข้าคณะ ทันตะ จุฬาฯ ในรอบ Portfolio ตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมตัว เพื่อสอบเข้าคณะ ทันตะ จุฬาฯ การแบ่งเวลาในการเรียน และการซ้อมยิงปืน ไปถึงเทคนิคในการอ่านหนังสือ...