พบคำตอบ “อยากเข้าวิศวะอินเตอร์ เตรียมตัวอย่างไร?” ที่นี่

อยากเข้า วิศวะอินเตอร์ เตรียมตัวยังไง?

         มีน้องหลายคนสอบถามเข้ามาเยอะมากว่า ถ้าอยากเข้า วิศวะอินเตอร์ ควรเตรียมตัวยังไง? วันนี้พี่แอดมินได้รวบรวมข้อมูล และสิ่งที่น้องๆ ว่าที่วิศวะอินเตอร์ ทุกคนควรรู้ เพื่อจะได้เริ่มเตรียมตัววางแผนอ่านหนังสือ และพิชิต Perfect Score กันนะครับ

ศึกษา Requirement

         อันดับแรกเลยน้องจำเป็นต้องทราบข้อมูลก่อนว่า มีมหาวิทยาลัยไหนบ้าง ที่เปิดสอนในหลักสูตรที่น้องสนใจ เพราะหลายที่ก็เปิดสอนในสาขาวิชาที่แตกต่างกัน ซึ่งน้องอาจต้องประเมินจากทักษะและความสนใจของตัวเองก่อน โดยเริ่มจากการค้นหาข้อมูลจากออนไลน์ ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ ตลอดจนเข้าร่วมงาน Open House หรือกิจกรรมต่างๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับโอกาสในการทำงาน อาชีพในอนาคต ตลอดจนค่าเทอมของมหาวิทยาลัยที่น้องสนใจ ซึ่งวันนี้พี่แอดมินได้รวบรวมรายละเอียดเบื้องต้นของ 3 คณะยอดฮิตสำหรับน้องวิศวะอินเตอร์ มาให้แล้ว เราไปดูกันเลยครับ

         เริ่มกันที่คณะที่ฮิตที่สุด เชื่อว่าถ้าอยากเข้าวิศวะอินเตอร์ แล้วละก็คณะนี้ต้องเป็น 1 ในใจของน้องหลายคนแน่ๆ นั่นก็คือ คณะวิศวกรรมศาสตร์ (หลักสูตรนานาชาติ) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ISE)

         ซึ่งบอกเลยว่าที่นี่มีสาขาให้เลือกถึง 5 สาขา ได้แก่ วิศวกรรมนาโน (NANO), วิศวกรรมการออกแบบและการผลิตยานยนต์ (ADME), วิศวกรรมสารสนเทศและการสื่อสาร (ICE), วิศวกรรมอากาศยาน (AERO) และสาขาน้องใหม่ล่าสุด วิศวกรรมหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ (ROBOT AI) ซึ่งถ้าน้องอยากเข้าคณะนี้เบื้องต้นน้องต้องมีคะแนนสอบในมือทั้งหมด 3 กลุ่ม ตามเกณฑ์คะแนนดังนี้ครับ

Requirement ทีมวิศวะ International School of Engineering (ISE)

1.) English Proficiency กลุ่มคะแนนภาษาอังกฤษ ซึ่งทางคณะเปิดโอกาสให้เราเลือกได้ว่าอยากยื่นคะแนนตัวไหนก็ได้ ซึ่งน้องสามารถเลือกสอบอย่างใดอย่างหนึ่ง ตามความถนัดของน้องได้เลยครับ โดยต้องผ่านเกณฑ์ ดังนี้

  • CU-TEP คะแนนเต็ม 120 ต้องผ่านเกณฑ์ 80
  • IELTS คะแนนเต็ม 9.0 ต้องผ่านเกณฑ์ 6.0
  • TOEFL (iBT) คะแนนเต็ม 120 ต้องผ่านเกณฑ์ 80

         ซึ่งหลายคนก็มีคำถามว่าแล้วควรเลือกสอบตัวไหนดี ถ้าจะให้พี่แอดมินแนะนำ ก็อยากให้สอบ IELTS ไปเลยครับ เพราะสามารถใช้ยื่นได้หลายที่ เผื่อในอนาคตน้องเปลี่ยนใจอยากยื่นคะแนนที่อื่นด้วยก็สามารถนำคะแนน IELTS ยื่นได้ด้วยเช่นกัน

2.) Math กลุ่มคะแนนคณิตศาสตร์ น้องสามารถเลือกสอบตามความถนัดได้เช่นกัน โดยมีเงื่อนไขในการยื่นคะแนน ดังนี้

  • หากน้องยื่นด้วยคะแนน SAT MATH จะต้องยื่นคู่กับคะแนน SAT Subject test MATH Level II ซึ่งต้องผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำดังนี้
  • SAT MATH คะแนนเต็ม 800 ต้องผ่านเกณฑ์ 620
  • SAT Subject test MATH Level II คะแนนเต็ม 800 ต้องผ่านเกณฑ์ 600
  • หากน้องยื่นด้วยคะแนน CU-AAT จะพิจารณาแค่ Part MATH ซึ่งมีคะแนนเต็ม 800 น้องต้องผ่านเกณฑ์ 480 ครับ


3.) Science
กลุ่มคะแนนวิทยาศาสตร์ เลือกยื่นอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยที่

  • SAT Subject test Physics คะแนนเต็ม 800 ต้องผ่านเกณฑ์ 600
  • SAT Subject test Chemistry คะแนนเต็ม 800 ต้องผ่านเกณฑ์ 600

         นอกจากนี้ ทางคณะยังมีการกำหนดค่าน้ำหนักคะแนน โดยแบ่งเป็น Science 40% , Math 30% , English Proficiency 20% , GPAX (ไม่กำหนดขั้นต่ำ) 5% และ Interview อีก 5% ซึ่งเป็นการสอบสัมภาษณ์ภาษาอังกฤษด้วยครับ

Requirement ทีมวิศวะ Twinning Engineering Programs (TEP/TEPE)

         คณะต่อมาที่จะไม่พูดถึงไม่ได้ เพราะเป็นอีกหนึ่งคณะยอดฮิตของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่น้องๆอาจคุ้นชื่อกันว่า TEP/TEPE นั่นเอง โดยที่ TEP หรือTwinning Engineering Programs เป็นหลักสูตรที่เกิดขึ้นจาก ความร่วมมือทางวิชาการของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ Nottingham University, UK และ University of New South Wales, Australia ครับ ซึ่งน้องที่เลือกโปรแกรมนี้ จะต้องเรียนในไทยที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เป็นเวลา 2 ปี และเรียนที่ต่างประเทศ (ประเทศอังกฤษหรือประเทศออสเตรเลีย) อีก 2 ปีครับ

         ต่อมาในส่วนของ TEPE จะเป็นการเรียนวิศวกรรมศาสตร์ในหลักสูตรภาษาอังกฤษในไทยที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เป็นเวลา 4 ปี

         ซึ่งทั้ง 2 โปรแกรมนี้จะเปิดทำการเรียนการสอนในสาขาวิชา Chemical Engineering, Civil Engineering, Electrical Engineering, Industrial Engineering และ Mechanical Engineering

         หากน้องสนใจจะเข้าคณะนี้ น้องจำเป็นต้องมีคะแนนสอบในมือทั้งหมด 3 กลุ่ม ตามเกณฑ์คะแนนดังภาพ (ทางคณะเปิดรับคะแนนในหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นไทยหรืออินเตอร์) แต่ในที่นี้พี่แอดมินขออนุญาต ยกคะแนนที่น้องส่วนใหญ่นิยมใช้กันมาให้ดูก่อนนะครับ

1.) English Proficiency กลุ่มคะแนนภาษาอังกฤษ เลือกยื่นคะแนนตัวใดตัวหนึ่ง

  • TU-GET คะแนนเต็ม 1000 ต้องผ่านเกณฑ์ 450
  • CU-TEP คะแนนเต็ม 120 ต้องผ่านเกณฑ์ 60
  • IELTS คะแนนเต็ม 9.0 ต้องผ่านเกณฑ์ 5.0 (แต่ละทักษะ ≥ 4.0)
  • TOEFL (iBT) คะแนนเต็ม 120 ต้องผ่านเกณฑ์ 61
  • SAT Evidence-Based Reading & Writing คะแนนเต็ม 800 ต้องผ่านเกณฑ์ 400
  • O-NET ภาษาอังกฤษ ต้องผ่านเกณฑ์ 45%


2.) Math
 กลุ่มคะแนนคณิตศาสตร์ เลือกยื่นคะแนนตัวใดตัวหนึ่ง

  • SAT Subject test Math Level II คะแนนเต็ม 800 ต้องผ่านเกณฑ์ 600
  • PAT 1 (ความถนัดทางคณิตศาสตร์) ต้องผ่านเกณฑ์ 35%
  • IB Diploma (MATH) ต้องผ่านเกณฑ์ ≥ 5


3.) Science
 กลุ่มคะแนนวิทยาศาสตร์ เลือกยื่นคะแนนตัวใดตัวหนึ่ง

  • SAT Subject test Physics คะแนนเต็ม 800 ต้องผ่านเกณฑ์ 600
  • SAT Subject test Chemistry คะแนนเต็ม 800 ต้องผ่านเกณฑ์ 600
  • PAT 2 (ความถนัดทางวิทยาศาสตร์) ต้องผ่านเกณฑ์ 35%
  • IB Diploma (Chemistry หรือ Physics) ต้องผ่านเกณฑ์ ≥ 5

เมื่อน้องมีผลคะแนนผ่านตามเกณฑ์ที่กำหนดแล้ว ด่านต่อไปจะเป็นการสอบสัมภาษณ์+Portfolio ครับ

Requirement ทีมวิศวะ KMITL’S International

College (IC)

         วิทยาลัยนานาชาติ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เป็นอีก 1 สถาบันที่ตอนนี้กำลังเป็นที่น่าจับตามองไม่แพ้กัน เพราะเป็นที่สนใจของน้องๆหลายคนที่อยากเรียนวิศวะอินเตอร์ ครับ เนื่องจากที่นี่มีสาขาวิชาให้น้องเลือกถึง 11 สาขา ไม่ว่าจะเป็น Biomedical Engineering , Chemical Engineering , Civil Engineering , Computer Innovation Engineering , Electrical Engineering , Energy Engineering , Financial Engineering , Industrial & Management Systems Engineering , Mechanical Engineering , Robotics & AI Engineering และ Software Engineering นอกจากวิชาพื้นฐานที่น้องจะได้เรียนกับชาวต่างชาติแล้ว ยังเปิดโอกาสให้น้องได้ไปฝึกงานที่ต่างประเทศด้วยนะครับ

         ซึ่งทางคณะได้เปิดรับคะแนนในหลายรอบและหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นไทยหรืออินเตอร์ แต่ในที่นี้พี่แอดมินขออนุญาต ยกคะแนนที่น้องส่วนใหญ่นิยมใช้กันมาให้ดูก่อนนะครับ หลักๆคือ น้องจำเป็นต้องมีคะแนนสอบในมือทั้งหมด 3 กลุ่ม ตามเกณฑ์คะแนนดังภาพ เพื่อให้สามารถยื่นได้ทั้งรอบ 2 และรอบ 3 ซึ่งมีเงื่อนไขในการพิจารณาดังนี้

1.) English Proficiency กลุ่มคะแนนภาษาอังกฤษ ซึ่งน้องต้องเลือกยื่นคะแนนตัวใดตัวหนึ่งนะครับ

  • IELTS คะแนนเต็ม 9.0 ต้องผ่านเกณฑ์ 6.0
  • TOEFL (iBT) คะแนนเต็ม 120 ต้องผ่านเกณฑ์ 79
 

2.) Standardized Test ต้องผ่านเกณฑ์

  • SAT MATH + Evidence Based Reading&Writing คะแนนเต็ม 1,600 ต้องผ่านเกณฑ์ 1,100


3.) สำหรับสาขา Financial Engineering และ Software Engineering จะต้องผ่านเกณฑ์

  • SAT MATH คะแนนเต็ม 800 ต้องผ่านเกณฑ์ 600
  • SAT Subject test Math level II คะแนนเต็ม 800 ต้องผ่านเกณฑ์ 600

เมื่อน้องมีผลคะแนนผ่านตามเกณฑ์ที่กำหนดแล้ว ด่านต่อไปจะเป็นการสอบสัมภาษณ์ภาษาอังกฤษ+Portfolio (ถ้ามี)

         พี่แอดมินขอแถมให้อีก 1 หลักสูตรของ วิทยาลัยอุตสาหกรรมการบินนานาชาติลาดกระบัง สำหรับหลักสูตรวิศวกรรมการบินและนักบินพาณิชย์ ที่เปิดรับในรอบที่ 1 จำนวน 50 คน นั้นก็เปิดรับคะแนน SAT Subject test เช่นกัน ซึ่งน้องจำเป็นต้องมี คะแนนสอบในมือทั้งหมด 3 กลุ่ม ตามเกณฑ์คะแนนดังภาพครับ

1.) English Proficiency กลุ่มคะแนนภาษาอังกฤษ ซึ่งน้องต้องเลือกยื่นคะแนนตัวใดตัวหนึ่งนะครับ

  • TU-GET คะแนนเต็ม 1000 ต้องผ่านเกณฑ์ 500
  • CU-TEP คะแนนเต็ม 120 ต้องผ่านเกณฑ์ 65
  • IELTS คะแนนเต็ม 9.0 ต้องผ่านเกณฑ์ 5.5
  • TOEFL (iBT) คะแนนเต็ม 120 ต้องผ่านเกณฑ์ 65


2.) Math
กลุ่มคะแนนคณิตศาสตร์ น้องสามารถเลือกยื่นคะแนนตัวใดตัวหนึ่งได้เช่นกัน

  • SAT MATH คะแนนเต็ม 800 ต้องผ่านเกณฑ์ 600
  • SAT Subject test Math Level II คะแนนเต็ม 800 ต้องผ่านเกณฑ์ 600
  • CU-AAT MATH คะแนนเต็ม 800 ต้องผ่านเกณฑ์ 480


3.) Physics
กลุ่มคะแนนวิชาฟิสิกส์ เลือกยื่นอย่างใดอย่างหนึ่ง

  • SAT Subject test Physics คะแนนเต็ม 800 ต้องผ่านเกณฑ์ 600
  • CU-ATS คะแนนเต็ม 1600 ต้องผ่านเกณฑ์ 800

         จะเห็นได้ว่าหากน้องต้องการเตรียมตัวเพื่อให้สามารถยื่นคะแนนได้หลายที่แล้ว กลุ่มคะแนนหลักๆที่น้องจำเป็นต้องมี ได้แก่ IELTS , SAT MATH , SAT Subject test Math level II , SAT Subject test Physics และ SAT Subject test Chemistr

วางแผนเตรียมตัวสอบเข้า วิศวะอินเตอร์ : 
ตรวจเช็คคะแนนที่จะต้องมี

         เมื่อน้องพอเห็นภาพในใจแล้วว่าคณะที่เราสนใจ ต้องใช้คะแนนอะไรบ้าง อันดับต่อไปคือการวางแผนการอ่านหนังสือและการสอบ พี่แอดมินขอแนะนำโดยอิงจาก Timeline การรับสมัครของปีล่าสุดนะครับ ตามตารางด้านล่างครับ

TIMELINE สนามสอบ SAT และ SAT SUBJECT TESTS

         จากภาพจะเห็นได้ว่าสนามสอบ SAT จะเปิดสอบ 4 รอบ ต่อปี และ SAT Subject Tests จะเปิดสอบ 5 รอบต่อปี (เลือกสอบได้สูงสุด 3 วิชา) ซึ่งเป็นการสอบวันและเวลาเดียวกัน ดังนั้นในเดือนที่มีการสอบพร้อมกันน้องจะต้องเลือกสอบตัวใดตัวหนึ่งครับ

ในส่วนของ IELTS มีจัดสอบทุกเดือน เดือนละ 4 ครั้ง คะแนนสอบมีอายุ 2 ปี เมื่อน้องพร้อมก็สามารถเริ่มไปสอบได้เลยครับ

แนวทางในการเตรียมตัวสอบเข้า วิศวะอินเตอร์

         พี่ได้แบ่งแนวทางในการเตรียมตัวสอบเข้า วิศวะอินเตอร์ ตามลำดับชั้นของน้องๆ เริ่มตั้งแต่ น้อง ม.4, น้อง ม.5 และ น้อง ม.6 ซึ่งจะมีเวลาในการเตรียมตัวที่แตกต่างกัน ซึ่งพี่แนะนำเลยว่าเตรียมตัวได้ไวเท่าไรยิ่งได้เปรียบครับ เพราะเราจะมีโอกาสในการสอบ ที่มากกว่าคนอื่นๆ เพื่อให้น้องๆได้พิชิต Perfect Score ตามที่ตั้งเป้าไว้ เรามาเริ่มจาก น้อง ม.4 ก่อนเลยครับ

สำหรับน้อง ม.4

         เนื่องจากผลคะแนนสอบมีอายุ 2 ปี ดังนั้น หากน้องเริ่มสอบตั้งแต่ ม.5 น้องจะมีโอกาสสอบ SAT ประมาณ 7 ครั้ง และสอบ SAT Subject tests ประมาณ 8 ครั้ง ตามตารางดังภาพ

พี่ขอแนะนำเป็น Step แบบนี้นะครับ

         ในช่วงเดือน มิถุนายน ถึง ตุลาคม เริ่มเตรียมตัววิชา SAT MATH ควบคู่ไปกับวิชาภาษาอังกฤษก่อน พยายามอ่านเนื้อหา+ฝึกตะลุยโจทย์ ให้จบภายในปี 2019 และควรไปลองสนามสอบก่อน 1 รอบนะครับ เลือกรอบไหนก็ได้ระหว่างเดือน ตุลาคม หรือ ธันวาคม

         ในช่วง ม.5 ก็เริ่มสอบแบบจริงจัง พยายามเก็บคะแนน IELTS ให้ได้ภายในเดือน มีนาคม แต่ถ้าไม่ได้ก็ยังไม่ต้องกดดันเพราะน้องยังมีโอกาสอีกหลายรอบครับ เนื่องจาก IELTS เปิดสอบทุกเดือน เดือนละ 4 ครั้ง ในระหว่างนั้นน้องต้องทบทวน SAT MATH ควบคู่ไปด้วย และเมื่อพร้อมสำหรับการสอบแล้ว พี่อยากให้น้องลองมาเข้าร่วมกิจกรรม MOCK EXAM กับทาง IGNITE เพื่อประเมินดูว่าเรายังมีข้อผิดพลาดตรงจุดไหน หรือควรเสริมตรงไหน เพื่อให้พร้อมก่อนการไปสอบจริงครับ

         จากนั้นก็เริ่มสอบ SAT MATH ครั้งแรกในเดือน มีนาคม และพยายามเก็บ Perfect Score 750-800 ให้ได้ ภายในเดือน พฤษภาคม หรือหากน้องสามารถเก็บคะแนน SAT MATH  ได้ตั้งแต่เดือน มีนาคมแล้ว น้องก็สามารถเริ่มเตรียมเนื้อหาของ SAT Subject tests ต่อได้เลย และพยายามเก็บ Perfect Score 750-800 ให้ได้ภายในปี 2020 หรือหากยังเก็บคะแนนไม่ได้ ก็ยังเหลือรอบสอบในปี 2021 ให้น้องได้สอบแก้ตัวอีกครับ

         สำหรับวิชา SAT Subject tests น้องควรเตรียมอย่างน้อย 2 วิชาควบคู่กัน ซึ่งสามารถเลือกได้เลยว่าจะเริ่มจากวิชาไหนก่อน แต่ถ้าใครยังคิดไม่ออก พี่ก็แนะนำให้เริ่มจาก SAT MATH LV II ก่อนครับ เนื่องจากน้องมีพื้นฐานมาจาก SAT MATH อยู่แล้ว ส่วนอีกวิชาที่พี่แนะนำคือ SAT Physics เพราะเนื้อหาที่ออกสอบค่อนข้างเยอะ และมีหลายบทที่ไม่มีสอนในหลักสูตรไทย สามารถศึกษาเทคนิคการทำข้อสอบ Physics เพิ่มเติมจากพี่เกรทได้ในบทความ >> SAT SUBJECT TEST PHYSICS เต็ม 800 ด้วย 3 เทคนิคขั้นเทพ แม้ไม่เทพฟิสิกส์ ก็เต็มได้ โดยพี่เกรท

         น้องจะเห็นได้ว่าหากน้องเริ่มเตรียมตัวในช่วงม.4 จะช่วยเพิ่มโอกาส เพิ่มรอบสอบในการทำ Perfect Score ซึ่งถ้าน้องสามารถทำคะแนนได้ตามที่ตั้งเป้าไว้ตั้งแต่ช่วงม.5 เวลาที่เหลือในช่วงม.6 น้องยังสามารถเตรียมตัวภาคไทยต่อได้อีก หรือจะใช้เวลาที่เหลือเพื่อทำ Portfolio และเตรียมตัวในการสอบสัมภาษณ์ก็ได้เช่นกัน นอกจากนี้น้องยังสามารถไปลองสอบ CU-AAT ได้อีกด้วย เนื่องจาก ISE เปิดรับคะแนน CU-AAT ซึ่งมีสนามให้น้องลองสอบในเดือน กรกฎาคม , ตุลาคม พฤศจิกายน และ ธันวาคม ซึ่งรูปแบบโจทย์จะไม่เหมือน SAT นะครับ ดังนั้นน้องๆควรจะทำโจทย์ CU-AAT เยอะๆ ก่อนไปสอบจริงด้วยนะ

สำหรับน้อง ม.5

         สามารถเริ่มเตรียมตัวได้เร็วเท่าไหร่ยิ่งดีเลยครับ เพราะน้องจะเหลือรอบสอบ SAT ประมาณ 4 ครั้ง และสอบ SAT Subject tests ประมาณ 5 ครั้ง ตามตารางดังภาพ ซึ่งจะมี 3 ครั้งที่น้องต้องเลือกสอบตัวใดตัวหนึ่ง เนื่องจากการสอบจัดวันและเวลาเดียวกัน

         หากน้องยังไม่เคยมีคะแนนอะไรเลย แนะนำว่าควรรีบเก็บ IELTS ให้ได้ภายในช่วงปิดเทอมนี้ เพื่อที่น้องจะได้ใช้เวลาในการ Focus กับการสอบ Sat ที่มีหลายวิชาอย่างเต็มที่ครับ โดยเริ่มจากการเตรียมเนื้อหาและตะลุยโจทย์ SAT MATH กับ SAT Subject tests ทีละวิชาควบคู่กันไป และไปลองสนามสอบในรอบปลายปี โดยพยายามเก็บ Perfect Score 750-800 ของ SAT MATH ให้ได้ภายในเดือน ธันวาคม 2019 เพื่อที่ปี 2020 น้องจะได้เน้นการเตรียมสอบ SAT Subject tests อย่างจริงจัง

         ในช่วงม.6 หากยังเก็บคะแนน SAT MATH ไม่ได้ น้องยังมีโอกาสแก้ตัวอีกครั้งในเดือน มีนาคม ในระหว่างนั้นน้องต้องเตรียม SAT Subject tests  3 วิชาควบคู่ไปด้วย พยายามอ่านเนื้อหาให้จบอย่างน้อย 2 วิชา และเมื่อพร้อมสำหรับการสอบแล้ว พี่อยากให้น้องลองมาเข้าร่วมกิจกรรม MOCK EXAM กับทาง IGNITE เพื่อประเมินดูว่าเรายังมีข้อผิดพลาดตรงจุดไหน หรือควรเสริมตรงไหน เพื่อให้พร้อมก่อนการไปสอบจริงครับ ทั้งนี้น้องจะเหลือรอบสอบในการ Re-score คะแนน SAT Subject tests ประมาณ 2 รอบ ซึ่งจากสถิติแล้วน้องส่วนใหญ่จะสอบกันประมาณ 2-3 ครั้ง ถึงจะได้คะแนนที่พอใจครับ

         ในส่วนของเวลาที่เหลือน้องสามารถทำ portfolio หรือเตรียมตัวสอบสัมภาษณ์ได้ครับ นอกจากนี้ก็สามารถไปลองสอบ CU-AAT ได้ด้วย เนื่องจาก ISE เปิดรับคะแนน CU-AAT ซึ่งมีสนามให้น้องลองสอบในเดือน กรกฎาคม , ตุลาคม พฤศจิกายน และ ธันวาคม ซึ่งรูปแบบโจทย์จะไม่เหมือน SAT นะครับ ดังนั้นถ้าน้องสนใจสอบสนามนี้ก็ควรฝึกทำโจทย์ CU-AAT เยอะๆก่อนไปสอบจริงด้วยครับ

สำหรับน้อง ม.6

         หากน้อง ม.6 คนไหนพลาดการสอบในรอบ MAY และ JUNE 2019 นี้ รอบสอบปลายปีที่เหลือนั้นถือเป็นรอบชี้ชะตาของน้องเลย เพราะน้องจะพลาดไม่ได้แล้วนะครับ และถ้าน้องยังไม่มีคะแนนอะไรเลย พี่แนะนำว่าช่วงมิถุนายน-กรกฎาคมนี้ น้องต้องเก็บคะแนน IELTS ให้ได้ และระหว่างนั้นควรเตรียม Sat Math และ Subject tests อีก 2 วิชาควบคู่กันไปด้วย เพราะถ้าน้องต้องการยื่นคะแนนใน TCAS รอบ 1 น้องจำเป็นต้องมี Perfect Score 750-800 ของทุกวิชาให้ได้ในการสอบครั้งเดียว นั่นคือรอบ ตุลาคม สอบ SAT MATH และSat Subject tests อีก 3 วิชา ในรอบพฤศจิกายนครับ เนื่องจากการสอบรอบ ธันวาคม จะสุ่มเสี่ยงในการยื่นคะแนนไม่ทัน TCAS รอบ 1 ของบางมหาวิทยาลัย เพราะขึ้นอยู่กับกำหนดการรับสมัครของแต่ละคณะในปีนั้นด้วย ทั้งนี้หากคะแนนยังไม่น่าพอใจ น้องยังมีโอกาสสอบแก้ตัวอีกครั้ง ในเดือน ธันวาคม เพื่อยื่นคะแนนในรอบอื่นๆได้อีกครับ พี่แอดมินแนะนำว่าน้องม.6 คนไหนที่ตอนนี้ยังไม่มีคะแนนในมือเลย น้องอย่าพึ่งหมดหวังนะครับเพราะคณะอินเตอร์ยังมีเปิดรับในรอบอื่นๆอีก ทางที่ดีน้องควรมีแผนสำรองเผื่อไว้เลย ซึ่งสามารถเข้ามารับคำปรึกษาแบบรายบุคคลจากพี่ๆ ignite ได้ที่อาคารสยามพิวรรธน์ ชั้น 12B ครับ

         โดยภาพรวมจะเห็นได้ว่าถ้าน้องต้องการศึกษาต่อในหลักสูตรอินเตอร์ การเตรียมตัวล่วงหน้าเป็นสิ่งที่สำคัญ ที่จะช่วยให้น้องได้เปรียบเพื่อนๆมากครับ เพราะถ้าน้องเตรียมตัวเร็วเท่าไหร่ โอกาสและรอบสอบที่จะทำให้น้องพิชิตคะแนนที่ดีที่สุด ก็จะเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย

         สุดท้ายนี้พี่แอดมินขอเป็นกำลังใจให้กับน้องทุกคนที่กำลังเตรียมตัวสอบกันอยู่ ขอให้น้องพิชิตคณะในฝันอย่างที่ตั้งใจ และจงเชื่อมั่นในความพยายาม อย่าพึ่งท้อนะครับ น้องคนไหนที่สนใจเตรียมตัวสอบล่วงหน้า เรียนรู้เทคนิคในการทำข้อสอบ พร้อมอัพเดทแนวโจทย์ปีล่าสุดก่อนใคร เพื่อการสอบ SAT รอบปลายปีนี้ พบกับพี่ภัทร์ และ พี่เกรท ตัวจริงเสียงจริงได้ในคอร์สสด SAT Subject test MATH Level II และ Physics รอบเดียวของปีนี้ รายละเอียดดังภาพ

         พิเศษ!! สำหรับน้องคอร์สสดโดยเฉพาะ สิทธิพิเศษเข้าร่วมกิจกรรม MOCK EXAM for SAT การจำลองสนามสอบที่เสมือนจริงที่สุด เพื่อให้น้องได้เตรียมความพร้อมก่อนลงสอบจริง ตลอดจนกิจกรรม Boost up SAT เสริมความมั่นใจจนหยดสุดท้ายกับการติวเข้มโค้งสุดท้ายก่อนสอบ นอกจากนี้ยังมีสิทธิพิเศษและกิจกรรมอื่นๆอีกมากมาย รีบหน่อยนะครับ คอร์สนี้รับจำนวนจำกัด

สามารถดูข้อมูลคอร์สเพิ่มเติมได้ที่: https://www.ignitebyondemand.com/our-courses/sat-subject-test/

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Line @ignitebyondemand หรือ โทร 02-658-0023 , 091-576-1475

Related Blog & News

ข่าวสารและกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง

Comments

Comment Write a comment...