SOP คือ? │ เขียน SOP อย่างไรให้ได้เป็นตัวจริงรอบพอร์ต
เวลาที่เดินเข้าร้านหนังสือ แล้วเจอหนังสือเล่มหนึ่งที่น่าสนใจ สิ่งแรกที่คนส่วนใหญ่มักทำก็คือ พลิกไปอ่านไฮท์ไลท์สำคัญที่ปกหลังก่อน ซึ่งจะตัดสินใจซื้อหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับข้อความเพียงไม่กี่บรรทัดบนปกหลังนั่นเอง
การเขียน SOP หรือคือ Statement of purpose ก็เช่นกัน ไม่สำคัญว่าเรามีเรื่องราวที่อยากบอกเล่ามากน้อยแค่ไหน สำคัญที่เราจะเล่ามันออกมาอย่างไรให้ให้ผู้อ่านสนใจและอยากติดตามอ่านเรื่องราวไปจนจบมากกว่า วันนี้พี่เลยนำเทคนิคดีๆ ในการเขียน SOP ให้โดนใจคณะกรรมการมาฝาก ไปดูกันฮะ
การเขียน SOP คืออะไร?
ถ้าเอาแบบเข้าใจง่ายๆ Statement of purpose หรือ SOP คือ จดหมายแนะนำตัวเองนั่นแหล่ะ จดหมายที่บอกว่าเราเป็นใคร มีจุดเด่นอะไรที่ทำให้คณะกรรมการต้องตัดสินใจเลือกเรา หรืออาจบอกเล่าถึงแรงบันดาลใจที่ทำให้เราตัดสินใจเขียน SOP ไปยังคณะ หรือมหาวิทยาลัยนั้นๆ ซึ่งสำคัญมากกกกก โดยเฉพาะกับน้องๆ ที่อยากเข้าเป็นตัวจริงรอบพอร์ต
NOTE !! วิธีเขียน SOP ที่ดีควรมีความยาวไม่เกิน 2 หน้ากระดาษ หรือไม่เกิน 1,000 คำ และควรบอกเล่าประเด็นสำคัญ 4 ประเด็นดังต่อไปนี้
4 Topics สำคัญในการเขียน SOP
#1 Who am I?
ย่อหน้าแรกของการเขียน statement of purpose นี้ก็เหมือนกับปกหลังหนังสือ ที่มีส่วนสำคัญต่อการตัดสินใจ “ซื้อ” หรือ “ไม่ซื้อ” ได้มากเลยทีเดียว ฉะนั้นจงบอกเล่าความเป็นเราออกมาให้โดดเด่นมากที่สุด แต่ขอให้เป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับคณะ สายอาชีพ ที่เราเลือกสมัครไป เพื่อความประชับ ตรงประเด็น
#2 What am I interested in?
ใส่ผลงานที่มีมาให้ครบใน SOP แต่ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงว่าต้องเป็นงานวิจัยสุดแสนภาคภูมิใจเท่านั้น แต่กิจกรรมต่างๆ อย่างกีฬาสี ชมรมในโรงเรียน กิจกรรมจิตอาสา ก็สามารถนำมาบอกเล่าเป็นความภาคภูมิใจได้ แต่อยากให้เพิ่มเติมการ พูดถึงปัญหาที่เจอ แล้วเราถึงแนวทางการแก้ปัญหากับสิ่งที่เกิดขึ้น เพิ่มเติมเข้าไปด้วย เพื่อให้คณะกรรมการเห็นถึงแนวทางการแก้ปัญหา ที่อาจนำไปต่อยอดกับการเรียนหรือใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยได้
#3 Why did I Choose this Faculty / University?
บอกเลยว่าไปทำการบ้านมาให้เยอะๆ ก่อนที่จะมาเขียนในส่วนนี้ เพื่อแสดงถึงความสนใจ ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คณะกรรมการเห็นว่าเรามีความตั้งใจก่อนที่จะตัดสินใจเขียน SOP มายื่นเพื่อพิจารณา วิชาไหน หรือจุดเด่นอะไรที่ให้เราอยากเป็นตัวจริงของที่นี่ จัดมาให้เต็มเหนี่ยว
#4 What is my goal?
ปิดท้ายด้วยเป้าหมายในชีวิตในแบบที่สมเหตุสมผลและจับต้องได้จริง ทั้งในระยะสั้น คือหลังจบการศึกษา และในระยะยาวคือ 10-15 ปีหลังจบการศึกษา และการได้เรียนที่นี่จะช่วยต่อยอด หรือเติมเต็มเป้าหมายในชีวิตอย่างไร พื้นที่ปิดท้ายนี้คือสิ่งที่บ่งบอกถึงวิสัยทัศน์ของเรานั่นเอง
3 สิ่งที่ต้องจำก่อนทำ SOP!
จำเอาไว้เสมอว่า SOP รวมไปถึงพอร์ตที่ดี คือการบอกเล่าความเป็นเรา ดูตัวอย่างของคนอื่นเพื่อเป็นแนวทางได้ แต่ไม่ใช่ลอกจนกลบความเป็นตัวเองไปซะหมด เพราะสุดท้ายแม้จะเขียน SOP ออกมาได้อย่าง Perfect แต่ถ้าผลงานที่อยู่ในนั้น ไม่ใช่ผลงานของเรา และไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเราจริงๆ คณะกรรมการก็จะสามารถรู้จากการตอบคำถามตอนสัมภาษณ์ได้อยู่ดี
ควรเขียน SOP ด้วยภาษาที่มีความแอคทีฟและเขียนด้วยมุมมองเชิงบวก ที่สำคัญ! อย่านอกเรื่องเพราะคณะกรรมการจะเน้นการพิจารณาเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเรียนเท่านั้น
พี่ขอเป็นกำลังใจให้น้องๆ ทุกคนที่ตั้งใจคว้าตำแหน่งตัวจริงรอบพอร์ตกับคณะในฝัน ได้มีโอกาสเป็นตัวจริงสมความตั้งใจ และฝ่าฝันทุกอุปสรรคไปได้อย่างราบรื่นนะครับ สู้ๆ ครับน้องๆ ทุกคน
สำหรับน้องๆ คนไหนที่อยากสอบเข้ามหาวิทยาลัย TCAS รอบ 1 ( Portfolio ) ทาง ignite by OnDemand ก็มี คอร์สเรียนสด คอร์สออนไลน์ Anywhere ให้น้องๆ เรียนที่ไหนเมื่อไหร่ ก็ได้ตามต้องการ โดยอาจารย์ผู้สอนที่มีโปรไฟล์ระดับเทพ รวมถึงกิจกรรม Pathway to Success แบบจัดเต็มที่พร้อมจะพาน้องๆ ไปสู่คณะในฝัน
สนใจสอบถามวางแผนในการเตรียมตัวสอบเข้าสอบเข้ามหาวิทยาลัย รอบ Portfolio สามารถติดต่อได้ที่ ignite by Ondemand ชั้น 15 อาคาร MBK Tower หรือทาง Line @ignitebyondemand ด้านล่างได้เลยครับผม
สามารถดูคอร์สเรียนสอบเข้าคณะอินเตอณ์ของ ignite ทั้งหมดได้ทาง https://www.ignitebyondemand.com/our-courses/
Related Blog & News
ข่าวสารและกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง
-
Blog, Medical TCAS 1 (Portfolio)
ไขความลับ BMAT Writing เขียนยังไงให้ปัง!
สวัสดีครับน้องๆ วันนี้พี่กั๊ก Ignite by OnDemand จะขอมาแชร์สิ่งที่เรียกได้ว่าเป็น Pain ของหลายคนมากๆ ที่กำลังเตรียมตัวสอบ BMAT ใน Part3 : Writing Task มีคนถามพี่มาว่า พี่! จะเอายังไงดี เพราะว่า BMAT Writing กับเวลาที่มีอยู่มันยากเหลือเกิน ขอคำแนะนำหน่อย น้องครับหลายๆ คนคงรู้ว่าปัญหาของ BMAT นอกจากการเขียนแล้ว ยังเป็นเรื่องของเวลาที่จำกัด เพราะเรามีเวลาแค่ 30 นาทีในการเขียน BMAT 1 คำถามของ Writing ให้เสร็จครับ ดังนั้น วันนี้พี่กั๊กขอมาแนะนำนะครับว่า เราจะจัดการกับ 30 นาทีนั้นยังไง ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับข้อสอบ BMAT Writing กันก่อนครับ ทำความเข้าใจกับข้อสอบ BMAT Writing Task (Part3) BMAT Writing เป็นหนึ่งใน 3 Part […]
Comments (0)
-
Blog, Medical TCAS 1 (Portfolio)
UCAT คืออะไร? ชวนรู้จักข้อสอบวัดความถนัด สู่คณะแพทย์-ทันตะใน UK
UCAT ข้อสอบวัดความถนัด คณะแพทย์-ทันตะใน UK วันนี้พี่แอดมินจะชวนน้องๆ มาทำความรู้จักกับอีกหนึ่งข้อสอบเฉพาะทางสัญชาติ UK ที่ปัจจุบันถูกใช้ในการคัดเลือกเข้าศึกษาต่อคณะแพทย์และทันตแพทย์ในสหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ต้องบอกว่าข้อสอบ UCAT เป็น 1 ใน 2 การทดสอบหลักที่ได้รับการยอมรับจากสมาคมมหาวิทยาลัย UK แต่น่าเสียดายที่ BMAT กำลังจะถูกยกเลิกการสอบในช่วงปลายปี 2023 UCAT คืออะไร? UCAT ย่อมาจาก University Clinical Aptitude Test ซึ่งเป็นชื่อที่ถูกเปลี่ยนใหม่เมื่อปี 2019 จากเดิมนั้นใช้ชื่อว่า UKCAT หรือ UK Clinical Aptitude Test เป็นการทดสอบความถนัดทางคลินิก ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการศึกษาต่อในหลักสูตรที่เกี่ยวกับการแพทย์และทันตแพทย์ แม้จะมีการปรับชื่อการทดสอบใหม่ แต่เนื้อหาการสอบนั้นยังคงเดิม รูปแบบของข้อสอบ UCAT ข้อสอบ UCAT เป็นข้อสอบแบบปรนัยทั้งหมด แบ่งออกเป็น 4 parts (Update 2025) 1.Verbal Reasoning […]
Comments (0)
-
Blog, SAT Subject Tests
รีวิวสอบเข้า ISE จุฬาฯ ด้วย SAT Subject Tests จากน้องโน้ต กรุงเทพคริสเตียน
สวัสดีน้องๆ ที่อยากสอบเข้า ISE หรือ คณะวิศวะอินเตอร์ จุฬาฯ ทุกคนนะครับ!! วันนี้พี่แอดมินพาพี่โน้ต รุ่นพี่ ignite ที่สอบติด ISE จุฬาฯ ปีล่าสุด มารีวิวการสอบเข้าวิศวะอินเตอร์ ด้วยคะแนน SAT Subject Tests เพื่อให้น้องๆ ได้ทราบว่าข้อสอบแต่ละวิชามีความยากง่ายอย่างไร ควรเตรียมตัววิชาไหนก่อนและเคล็ดลับการสอบติดจากพี่โน้ต เพื่อให้น้องๆ ทุกคนใช้เป็นแนวทางการเตรียมตัวได้อย่างถูกต้องนะครับ เคล็ดลับเตรียมตัวให้สอบติด ISE จุฬาฯ สำหรับพี่คิดว่าการเริ่มเตรียมตัวสอบเข้า ISE ตอน ม.5 เทอม 1 เป็นการเริ่มต้นที่ดีนะครับ ไม่ช้าเกินไป ยังพอมีเวลาเหลือให้เราสามารถไปทำกิจกรรมอย่างอื่นได้อีกด้วย ถ้าเริ่มต้นเตรียมตัวตอน ม.6 อาจจะทำให้เราเหนื่อยจนไม่ค่อยมีเวลาไปทำอย่างอื่นและถ้ายังไม่ได้คะแนนที่ต้องการในรอบแรก ก็จะมีเวลาแก้ตัวน้อยลงอีกด้วยนะครับ ยิ่งถ้าน้องๆ รู้ตัวและตั้งป้าหมายว่าจะเข้า ISE ตั้งแต่ ม.4 ยิ่งจะทำให้เราเตรียมตัวได้ไว เผลอๆ […]
Comments (0)
-
Blog
เทคนิคการเลือกวิชา IGCSE, A-Level ให้ได้คณะในฝัน
การเลือกวิชาใน IGCSE และ A-Level นั้นถือว่าสำคัญมากๆ เพราะเป็นการกำหนดอนาคตที่ใช้ยื่นคะแนนเข้าคณะในฝันของนักเรียนทุกคนที่เรียนหลักสูตรอังกฤษ เพราะหลักสูตรนี้ถือว่าได้รับการยอมรับในสากลจากมหาวิทยาลัยทั่วโลก นักเรียนหลายคนมักจะสับสนว่าควรเลือกวิชาที่ชอบ หรือวิชาที่จำเป็นดีกว่า ดังนั้นวันนี้พี่ๆ ignite จะมาแนะนำเทคนิคการเลือกแบบเข้าใจง่ายๆ ให้น้องๆ กันครับ ถ้าพร้อมแล้วก็มาเริ่มกันเลย !! ทำความรู้จักหลักสูตร IGCSE vs A-Level จากภาพด้านบน กล่าวได้ว่า IGCSE นั้นคือหลักสูตร 2 ปีสำหรับน้องๆ Year 10-11 ที่เป็นการเตรียมปูพื้นฐานวิชาให้มีองค์ความรู้รอบด้านและแน่นพอที่จะเลือกเรียนวิชาในขั้นสูงกว่า หรือการทำ A-Level อีกสองปี เพื่อยื่นคะแนนทั้ง 3 วิชานี้เข้ามหาวิทยาลัยที่น้องๆ ต้องการ ต่อมาเรามาดูกันว่าเราควรเลือกเรียนวิชาอะไรให้ตรงกับคณะที่เราต้องการเข้าศึกษาต่อ มาเริ่มกันที่หลักสูตรแรกนั้นก็คือ IGCSE เทคนิคการเลือกวิชา IGCSE โดยวิชาที่น้องๆ สามารถสอบได้ใน IGCSE นั้นแบ่งออกเป็น […]
Comments (0)
Comments