5 โจทย์ที่ต้องเจอใน BMAT Critical Thinking พร้อมเทคนิค CAP รับมือทุกโจทย์ Part 1
สวัสดีครับน้องๆ กลับมาพบกับพี่กั๊กกันอีกครั้งนะครับ ใกล้จะถึงช่วงสอบ BMAT กันอีกแล้ว เชื่อว่าตอนนี้น้องๆ คงตั้งใจทบทวนโค้งสุดท้ายกันอยู่แน่นอน แต่เนื่องจากการสอบ BMAT นั่นมีหลายพาร์ทเหลือเกิน หากจะต้องโฟกัสทุกจุดคงจะใช้เวลาพอสมควรแน่ๆ
วันนี้พี่กั๊กเลยมาพร้อมกับเทคนิควิเคราะห์โจทย์ BMAT Critical Thinking เพื่อเพิ่มเลเวลในการอัพคะแนนของน้องๆ ใน BMAT Part 1 และช่วยลดการใช้เวลาในการนั่งทบทวนว่า เอ้…โจทย์ข้อนี้ต้องการอะไรนะ?
แต่ก่อนจะเริ่มเทคนิควิเคราะห์โจทย์จากพี่กั๊ก เรามาทบทวนกันอีกรอบดีกว่าว่า “BMAT Part 1 นั้น จริงๆ แล้วเป็นยังไง?”
BMAT Part 1 เป็นอย่างไร ต้องเจอกับข้อสอบแบบไหน?
แน่นอนว่าการที่น้องๆ จะสอบเข้าแพทย์และได้เป็นคุณหมอในอนาคต สิ่งๆ หนึ่งที่น้องจำเป็นจะต้องมีก็คือทักษะการคิดวิเคราะห์นั่นเอง ซึ่งหากน้องเป็นคนที่มีการคิดวิเคราะห์สูง ตรงนี้ก็อาจจะสื่อถึงความสามารถในการนำไปปรับใช้กับสถานการณ์เร่งด่วนต่างๆ ที่ต้องเจอในสายอาชีพนั่นเอง
ดังนั้นนี่ก็เป็นที่มาของเจ้าตัว BMAT Part 1 โดยในส่วนนี้จะถูกแบ่งย่อยออกเป็นอีก 2 พาร์ท คือ
- BMAT Problem Solving (16 ข้อ) : ใน section นี้น้องๆจะต้องโชว์สกิลการแก้ปัญหาต่างๆจากสถานการณ์และข้อมูลที่ได้รับ ซึ่งอาจจะมาในรูปแบบดาต้าตัวเลข กราฟ หรือ statistics ต่างๆ
- BMAT Critical Thinking (16 ข้อ) : ส่วนของพาร์ทนี้ น้องจะต้องตีความเหตุผลและข้อสรุปต่างๆจากข้อมูลที่โจทย์ให้มาว่า โลจิกเหล่านั้นเป็นเหตุเป็นผลหรือไม่
ซึ่งหากให้สรุปรวมแล้ว ใน BMAT Part 1 จะมีคำแนนเต็ม 9.0 และน้องๆ จะมีเวลาทั้งหมด 60 นาทีในการทำข้อสอบแบบปรนัยจำนวน 32 ข้อ
ถึงแม้ว่าฟังดูแล้วอาจจะไม่ยากนัก แต่ข้อสอบพาร์ทนี้ก็เรียกได้ว่ามีความ tricky เหมือนกัน เนื่องจากเป็นทักษะการคิดวิเคราะห์ซึ่งก็อาจจะไม่ตายตัวเท่าการหาคำตอบแบบพาร์ท Scientific Knowledge ดังนั้นการรู้และจับทริคของข้อสอบพาร์ทนี้จึงเป็นเรื่องสำคัญในการคว้าคะแนนเลยทีเดียว
5 รูปแบบโจทย์ที่ต้องเจอใน BMAT Critical Thinking!
ที่นี้พี่กั๊กขอพาน้องๆ มาเจาะลึกในส่วนที่ 2 ของ BMAT Part 1 ซึ่งก็คือ Critical Thinking นั่นเอง เนื่องจากน้องๆ จะต้องวิเคราะห์ Argument & Reasoning ของบทความที่โจทย์ให้มา การรับมือที่ดีที่สุดก็คือ “การเข้าใจโจทย์” นั่นเอง
รูปแบบโจทย์ที่พี่กั๊กจะขอเกริ่นคร่าวๆ ก่อนลงลึกแต่ละตัว จะเเบ่งออกเป็น 5 ประเภทดังนี้:
- Conclusion: โจทย์แบบข้อสรุป
- Assumption: สมมติฐานหรือสันนิษฐานที่เกี่ยวกับข้อสรุปนั้นๆ
- Flaw (Weakness): หาจุดบกพร่องในกระบวนใช้เหตุผล
- Strengthening: เหตุผลเพิ่มเติมที่ทำให้ข้อสรุปน่าเชื่อถือมากขึ้น
- Weakening: เหตุผลที่จะทำให้ข้อสรุปนั้นๆเกิดข้อผิดพลาด
พี่กั๊กจะขออธิบายว่าเจ้าตัวโจทย์เหล่านี้จะอิงจากข้อมูลในบทความและ Argument ที่เราได้รับนั่นเอง ซึ่งจะมีความยาวประมาณ 100-150 คำ ตรงนี้เราต้องรู้ก่อนว่า Argument นั้นประกอบไปด้วย 2 ส่วนหลักๆ คือ Premise(s) และ Conclusion เพื่อความเข้าใจที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
- Premise(s) จะทำหน้าที่เป็นเหตุผลที่คอยซัพพอร์ตข้อสรุปและกระบวนการวิเคราะห์ต่างๆที่เกิดขึ้นในบทความ โดยในแต่ละบทความอาจจะมีเพียง 1 premise หรือมีมากกว่านั้นก็ได้
- Conclusion คือเหตุผล ซึ่งก็มาจากการร้อยเรียง Premise(s) ที่ได้อธิบายไปก่อนหน้านี้นั่นเอง
เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น พี่กั๊กเลยนำตัวอย่างง่ายๆมาให้น้องๆ ดูกัน จากรูปด้านบนน้องจะเห็นการวิเคราะห์ว่าทำไมการสอบ BMAT พาร์ท 1 น้องๆ จึงควรหมั่นทบทวนข้อสอบเก่าๆ
จะเห็นได้ว่ากล่องทางซ้ายมือนั้นคือ Premise หรือเหตุผลที่ซัพพอร์ตข้อสรุป ซึ่งจะถูกแบ่งออกเป็น 2 เหตุผลย่อยก็คือ 1. The average score of BMAT section 1 is relatively lower compared to the others และ 2. Many students said that this section is really challenging. หรือเรียกง่ายๆ ก็คือคะแนนเฉลี่ยที่คนสอบได้ในพาร์ท 1 นั้นต่ำกว่าพาร์ทอื่นๆ นอกจากนี้นักเรียนที่เข้าสอบยังบอกอีกด้วยว่าพาร์ทนี้ค่อนข้างยาก
ซึ่งจากเหตุผล 2 ข้อนี้ เราก็จะได้ Conclusion มาว่า “It is therefore important to do a lot of practices using past papers”
เทคนิค CAP: จำลักษณะโจทย์ง่ายๆ ด้วยรูปภาพ
ถึงเวลาแล้วที่เราจะมาดูกันนะครับว่าโจทย์ที่เราเจอนั้นเป็นโจทย์ประเภทไหน พี่กั๊กเชื่อว่าการสอบ BMAT เนี่ยน้องๆ ต้องจำสูตรต่างๆ มากมาย ถ้าจะต้องมาจำข้อมูลใน Part 1 อีกคงจะเหนื่อยแน่ๆ
วันนี้พี่กั๊กเลยขอนำเสนอ เทคนิค CAP หรือ Critical Analysis Principle ซึ่งพี่กั๊กจะขอใช้ “รูปบ้าน” เป็นตัวเล่าเรื่อง
โดยเทคนิค CAP จะมีการเปรียบเทียบว่า Argument นั้นก็เหมือนบ้านหลังหนึ่ง โดยหลังคาของบ้านคือข้อสรุปหรือ Conclusion ซึ่งหากจะตั้งอยู่ได้โดยไม่สั่นคลอนก็ต้องประกอบไปด้วยฐานเสาที่ดีหรือ Premise(s) นั่นเอง
โจทย์แบบ Conclusion
เรียกได้ว่าเป็นโจทย์ที่ง่ายที่สุดแล้ว เพราะโจทย์เเบบ Conclusion นั้นจะให้น้องหา The Main Conclusion หรือ Logical Completion ซึ่งในที่นี้น้องๆ ต้องหาเหตุผลหรือเสาบ้านให้เจอ และนำมาวิเคราะห์ว่าข้อสรุปหรือหลังคานั้นคืออะไรกันแน่ ดังนั้นเวลาทำ passage พี่กั๊กขอเสริมให้น้องๆ แยกไฮไลท์เหตุผลและข้อสรุปด้วยสีที่ต่างกัน ถ้าน้องๆ แยกสองส่วนนี้เป็น การันตีเลยว่าตอบคำถามได้แน่นอน
โจทย์แบบ Assumption
ข้อนี้จะมีความคล้ายกับโจทย์รูปแบบ conclusion เลย คือเมื่อน้องๆได้รับบทความมา ให้แยกก่อนเลยว่า ประโยคไหนคือ Premise(s) และประโยคไหนคือ Conclusion แต่สิ่งที่แตกต่างก็คือ “บ้านหลังนี้จะมีเสาล่องหนอีกหนึ่งเสา” ซึ่งไม่ได้ปรากฎอยู่ในบทความ แต่จะไปปรากฎอยู่ในตัวเลือก multiple choice แทน หรือเรียกอีกอย่างว่าเป็น “Invisible Premise” ของบทความ เป็นเหตุผลที่ไม่ได้ถูกกล่าวถึง แต่ข้อสรุปของบทความนี้จะถูกต้องได้หากมีเหตุผลตัวนี้เติมเข้ามา
ในโจทย์แบบนี้พี่กั๊กขอให้น้องๆ จำประโยคนี้ไว้ครับ Assumption has to be true for the conclusion to be true. พูดง่ายๆ คือตอนนี้ในบทความยังมีช่องโหว่บางอย่างซึ่งจำเป็นต้องนำเหตุผล 1 ข้อจาก multiple choice มาเติมเต็มให้ข้อสรุปนั้นถูก 100%
โจทย์แบบ Flaw (Weakness)
ในโจทย์ Flaw น้องๆ ก็ต้องแยกตัว Premise(s) และ Conclusion เช่นกัน แต่โจทย์แนวนี้จะแปลกออกไปจากเดิมเล็กน้อย ตรงที่โจทย์เหล่านี้แกล้งเรา โดยการให้ Premise ที่ไม่ถูกต้องและไม่สามารถนำเราไปสู่ข้อสรุปที่แท้จริงได้ ดังนั้นคำถามที่โจทย์จะถามเราก็คือ อะไรคือคำอธิบายว่า Conclusion นั้นน่าจะผิด ดังนั้นน้องๆ ต้องเลือก multiple choice ที่อธิบายได้ดีที่สุดว่าทำไมข้อสรุปของบทความนี้ถึงบกพร่อง
โจทย์แบบ Strengthening
จากรูปด้านบนน้องอาจจะสงสัยว่า เอ้ะ..ทำไมบ้านหลังนี้ถึงมีเสาหลายอันจัง สำหรับเสาที่เพิ่มเติมเข้าไปนั้นก็เปรียบเสมือน Premise(s) ที่จะทำให้ข้อสรุปนั้นมีความน่าเชื่อถือและหนักเเน่นมากขึ้น หรือพูดอีกอย่างคือทำให้บ้านหลังนี้แข็งแรงขึ้น ดังนั้นเมื่อเจอโจทย์แบบนี้ น้องๆ ต้องหาว่าตัวเลือกไหนจะทำหน้าที่เป็น Additional Premise ที่ซัพพอร์ต Conclusion
โจทย์แบบ Weakening
ในทางตรงกันข้าม ถ้าน้องเจอโจทย์แบบ Weakening ในตัวโจทย์น้องก็จะเจอกับ Premise(s) & Conclusion เหมือนเดิม แต่ใต้หลังคาของบ้านหลังนี้ จะมีมีดถูกเติมเข้ามาแทนที่จะเป็นเสา ดังนั้นสิ่งที่จะได้รับอันตรายที่สุดก็คือหลังคาหรือ Conclusion นั่นเอง เพราะฉะนั้นในโจทย์แบบนี้น้องต้องหา Additional Premise ที่จะไป “Disprove” หรือหักล้างข้อสรุปที่ถูกต้อง
พี่กั๊กขอส่งท้ายฝากข้อความถึงน้องๆ ที่จะสอบ BMAT
นี่ก็คือ 5 รูปแบบโจทย์ที่น้องๆ จะต้องเจอใน BMAT Part 1 Critical Thinking นะครับ พี่ขอฝากไว้ให้น้องๆทำความเข้าใจว่า ในส่วนของพาร์ทเเรกนั้นจะคล้ายๆ กับเกมส์หนึ่งเกมส์ ที่น้องจะได้เข้าร่วมเล่นและต้องวิเคราะห์สิ่งที่จะเกิดขึ้น ดังนั้นการรู้แนวของเกมส์มาก่อนจะทำให้เราได้เปรียบคู่แข่งคนอื่นๆ และสามารถพิชิตคะแนนได้ตามเป้าแน่นอน
พี่กั๊กก็หวังว่าการสรุป เทคนิค CAP ในวันนี้จะเป็นประโยชน์กับน้องๆ หลายคนที่ตั้งใจจะเข้าสอบ BMAT เร็วๆ นี้ พาร์ทนี้บอกได้เลยว่าหากน้องฝึกทำเรื่อยๆ จะเริ่มรู้สนุกมากขึ้น นอกจากนี้ยังฝึกการคิดไตร่ตรอง สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการเรียนวิชาอื่นๆ ได้ด้วยนะครับ
สำหรับพาร์ท 3 Writing ที่ใครยังไม่มั่นใจ พี่กั๊กก็มีเทคนิคดีๆ มาฝากที่บทความ >> ไขความลับ BMAT Writing เขียนยังไงให้ปัง! ให้น้องๆ มั่นใจมากยิ่งขึ้นก่อนไปสอบด้วยครับ
และถ้าน้องๆ ต้องการฝึกโจทย์ย้อนหลังสามารถนำ BMAT past papers ที่พี่รวบรวมไว้จากบทความนี้ไปฝึกทำได้เลยครับ >> รวมข้อสอบ BMAT Past papers , IMAT และ TSA ย้อนหลัง 10 ปี พร้อมเฉลย
หากน้องๆ คนไหนมีข้อสงสัยหรือต้องการคำปรึกษาเกี่ยวกับการสอบ BMAT สามารถทักไลน์มาได้ที่ LINE: @ignitebyondemand พี่ๆ อิกไนท์พร้อมตอบทุกประเด็น พร้อมแนะแนววางแผนในการเตรียมตัวเข้าคณะแพทย์ รอบ 1 ให้น้องๆ ทุกคนครับผม
เรียน BMAT Part 1 กับอ ignite ตะลุยทุกเนื้อหา จัดเวลาเองได้!
ดูรายละเอียด คอร์ส BMAT เพิ่มเติมได้ทาง >> https://www.ignitebyondemand.com/our-courses/bmat/
ช้อป! คอร์สเรียนออนไลน์ด้วยตัวเองง่ายๆ ผ่านทาง ShopOnline >> https://shop.ignitebyondemand.com/catalog/category/view/s/i-bmat/id/202/
Related Blog & News
ข่าวสารและกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง
-
Blog, Medical TCAS 1 (Portfolio)
รวม Requirements คณะแพทยศาสตร์ และ ทันตแพทยศาสตร์ TCAS 65 รอบ 1 Portfolio
สวัสดีน้องๆ ที่อยากสอบเข้าคณะแพทย์และทันตะ ทุกคนนะครับ วันนี้ ignite ได้รวบรวม Requirements คณะแพทยศาสตร์ และ ทันตแพทยศาสตร์ TCAS 65 รอบ 1 หรือ แพทย์ รอบ Portfolio มหาวิทยาลัยไทยทั้งหมดมาให้น้องๆ ใช้เป็นแนวทางในการเตรียมตัว ดูหลักสูตรที่ต้องกาารสอบเข้าต้องใช้คะแนนอะไร? เท่าไรบ้าง? ว่าที่น้องหมอทุกคน สนใจคณะแพทย์ มหาลัยไหน ก็ไปแคปคะแนนกันไว้ได้เลยครับ รวม Requirements คณะแพทยศาสตร์ TCAS 65 รอบ 1 Portfolio คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โครงการความถนัดทางภาษาอังกฤษ TCAS65 รอบ 1 รับ 24 ที่นั่ง-ปิดรับสมัครแล้ว- คุณสมบัติของผู้สมัครและคะแนนที่ใช้ยื่น มีผลการสอบ BMAT (Biomedical Admission Test) ในรอบพฤศจิกายน 2564 เท่านั้นคิดน้ำหนักดังนี้Section 1 […]
Comments (0)
-
Blog, Medical TCAS 1 (Portfolio)
รวมสไตล์การเขียนพอร์ตคณะแพทย์ Update 2025 เตรียมยื่นแพทย์รอบพอร์ต ปักหมุดไว้ได้เลย
เตรียมยื่นแพทย์รอบพอร์ต มาดูเกณฑ์ทำ พอร์ตแพทย์ กัน พี่ ignite รวมมาให้ครบแบบอัปเดต ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2568 (เกณฑ์ใหม่ ม.ขอนแก่น & รามา พี่ก็สรุปมาให้แล้วน้า) เตรียมยื่น TCAS69 ปักหมุด วางแผนทำพอร์ตตามนี้กันได้เลย เกณฑ์การทำพอร์ตแพทย์ คณะแพทย์จุฬา (MED CU) Portfolio ที่แสดงตัวตน ความรู้ความสามารถ ทักษะ การเข้าร่วมกิจกรรม / รางวัลที่ได้รับ ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ในด้านจิตสาธารณะ การวิจัย หรือกิจกรรมวิชาการ โดยมีความยาว ไม่เกิน 10 หน้ากระดาษ A4 (ไม่รวมปกหรือสารบัญ) ใช้ฟอนต์ TH Sarabun ขนาด 16 Single Space […]
Comments (0)
-
ไม่มีหมวดหมู่, Blog, GED
GED Ready เครื่องมือ(ไม่)ลับ อัพคะแนนตามเป้า!
สวัสดีค่ะน้องๆ กลับมาพบกันอีกครั้งกับบทความ GED วันนี้พี่จะมาเล่าถึงเครื่องมือในการเตรียมสอบ GED ที่สำคัญมากๆ ที่เรียกว่า GED Ready โดยเฉพาะน้องๆ ที่วางแผนอยากจะไปสอบ GED และต้องการที่จะยื่นวุฒิตัวนี้เพื่อเข้าจุฬา หรือ ธรรมศาสตร์ ซึ่งตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นไป ทางที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ได้กำหนดเกณฑ์คะแนนขั้นต่ำของ GED จาก 145 คะแนน (High School Equivalency) เป็น 165 คะแนน (GED College Ready) บอกเลยว่ายากกว่าเดิมมาก และที่สำคัญนโยบายใหม่ของ GED ตั้งแต่ปี 2017 (แอบไปถามทาง GED มาแล้ว ข้อมูลนี้คอนเฟิร์ม!!) ระบุว่า หากสอบผ่าน GED High School Equivalency ไปแล้ว (145/200) การทำเรื่องขอสอบใหม่เพื่อต้องการปรับคะแนนขึ้นจะไม่สามารถทำได้ทุกคนแล้วนะคะ ส่วนใครแก้ได้ใครแก้ไม่ได้เดี๋ยวพี่จะให้ข้อมูลไว้ข้างล่างค่ะ แต่เอาเป็นว่าตอนนี้มีเงื่อนไขเกิดขึ้นใหม่มากมาย สำหรับใครที่ยังยืนยันจะสอบ […]
Comments (0)
-
Blog, CU-ATS/CU-AAT
CU-AAT คืออะไร? ครบทุกข้อมูลที่ต้องรู้เกี่ยวกับข้อสอบ CU-AAT
สวัสดีน้องๆ ทุกคนครับ พี่แอดมินเชื่อว่าตอนนี้น้องๆ หลายคนคงกำลังสงสัยกันใช่มั้ยว่าข้อสอบ “CU-AAT คืออะไร” วันนี้เราจะมาตอบทุกคำถามเกี่ยวกับการสอบ CU-AAT ตั้งแต่เนื้อหาข้อสอบเป็นอย่างไร มีกี่วิชา ใช้ยื่นคณะไหนได้บ้าง ค่าสมัครสอบและตารางสอบ…ไม่พูดพร่ำทำเพลง พร้อมแล้วไปอ่านกันเลย !! CU-AAT คืออะไร ข้อสอบ CU-AAT (Chulalongkorn University Academic Aptitude Test) คือ ข้อสอบที่ใช้วัดความสามารถทางด้านคณิตศาสตร์ (Mathematics) และภาษาอังกฤษ (Verbal) ใช้ในการพิจารณาผู้ยื่นเข้าศึกษาในระดับปริญญาตรี ของหลักสูตรนานาชาติ จุฬาฯ โดยลักษณะข้อสอบคล้ายกับข้อสอบ SAT ธรรมดาทั้ง Part Mathematics และ Part Verbal แต่ความยากของเนื้อหาข้อสอบจะแตกต่างกันออกไป คณะที่สามารถใช้คะแนน CU-AAT เพื่อยื่นพิจารณาศึกษาต่อ เช่น MEDICAL คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ISE คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (อินเตอร์) EBA คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (อินเตอร์) BALAC คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย […]
Comments (0)
Comments