เทียบช็อต ต่อ ช็อต CU-ATS กับ SAT Subject Tests แตกต่างกันอย่างไรบ้าง?
สวัสดีครับน้องๆ บทความนี้พี่ก๊อฟหยิบยกประเด็นร้อนมาแชร์ให้น้องๆ อ่านกันเลยครับว่า เมื่อ SAT Subject Tests ยกเลิกรอบสอบ ทำให้ทั้งปี 2021 จะเหลือรอบสอบเพียง 2 รอบสุดท้ายเท่านั้น คือ 8 พ.ค. และ 5 มิ.ย. น้องๆ หลายคนที่กำลังเตรียมตัวเข้า ISE และ BSAC จุฬาฯ จึงต่างหันมาเลือกสอบ CU-ATS ซึ่งก็เป็นอีก 1 ใน Requirements ของ 2 คณะนี้ วันนี้พี่ก๊อฟเลยขอมาเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างข้อสอบ CU-ATS และ SAT Subject Tests แบบเจาะลึกทุกแง่มุมไปเลยครับ
ทำความรู้จักข้อสอบ CU-ATS vs SAT Subject Tests
ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักทั้ง 2 ข้อสอบนี้กันดีกว่า
CU-ATS คือ Aptitude Test for Science of Chulalongkorn University เป็นแบบทดสอบความถนัดทางวิทยาศาสตร์ ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ใช้เพื่อเข้าเรียนต่อภาคอินเตอร์ของคณะวิศวกรรมศาสตร์ และคณะวิทยาศาสตร์ จัดสอบโดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประกอบด้วยวิชาเคมีและฟิสิกส์ อายุคะแนน คือ 2 ปี และมีจำนวนรอบสอบทั้งหมด 4 รอบต่อปี น้องๆ สามารถตรวจสอบวันสอบได้ที่ http://www.atc.chula.ac.th/pdf2021/Calendar_PBT.pdf
ส่วน SAT Subject Tests หรือ SAT II คือ การสอบวิชาเฉพาะทางที่ใช้สำหรับการศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย เป็นข้อสอบที่ได้มาตรฐานสากล จัดสอบโดย College Board มหาวิทยาลัยในประเทศไทยจะนิยมนำคะแนน SAT Subject Tests เป็นเกณฑ์พิจารณารับนักศึกษาเข้าเรียนในหลักสูตรนานาชาติ เช่น คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ หรือคณะวิทยาศาสตร์ เป็นต้น SAT ll เปิดสอบหลากหลายกลุ่มวิชา เช่น กลุ่มวิชาคณิตศาสตร์ กลุ่มวิชาวิทยาศาสตร์ กลุ่มวิชาภาษาอังกฤษ และกลุ่มวิชาภาษาที่สาม
โดยในประเทศไทย มหาวิทยาลัยที่เปิดรับพิจารณาคะแนน SAT Subject Tests มักนิยมใช้คะแนนในกลุ่มวิชาคณิตศาสตร์และกลุ่มวิชาวิทยาศาสตร์ ได้แก่ วิชา Mathematics Level 2 วิชา Chemistry วิชา Physics และวิชา Biology (M) อายุคะแนนอยู่ที่ 2 ปี และมีจำนวนรอบสอบเดิมอยู่ที่ 4 รอบต่อปี แต่หลังจากประกาศยกเลิกรอบสอบ ทำให้ในปี 2021 เหลือเพียง 2 รอบเท่านั้น
ทั้งนี้ น้องสามารถทำความเข้าใจการสอบ SAT Subject Tests อย่างละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บทความ >> SAT Subject tests คือ ? รู้จักกับกุญแจสำคัญที่ทำให้ติดคณะอินเตอร์
การยื่นคะแนน CU-ATS vs SAT Subject Tests
ก่อนหน้านี้น้องๆ หลายคนจะคุ้นเคยกันดีว่าคะแนน SAT Subject Tests นอกจากจะใช้ยื่นเข้า ISE และ BSAC จุฬาฯ ได้แล้ว ยังสามารถใช้ยื่นเข้า คณะแพทยศาสตร์ และ ทันตแพทยศาสตร์ ของบางมหาวิทยาลัยได้ด้วยเช่น แพทยศาสตร์ PCCMS และ ทันตแพทยศาสตร์ MIDS เป็นต้น
ทั้งนี้ เมื่อ SAT Subject Tests ยกเลิกการสอบ สำหรับน้องๆ ที่แพลนจะเข้าคณะ ISE และ BSAC จุฬาฯ ยังไม่ต้องกังวลมาก เพราะ จุฬาฯ ยังคงเปิดรับคะแนนสอบ CU-ATS ทั้งวิชาเคมีและฟิสิกส์ปกติ และน้องๆ ก็ต้องสอบ CU-AAT Math เป็นวิชาคณิตศาสตร์แทนตัว SAT Subject Test Math Level 2 ด้วย
แต่สำหรับน้องๆ ที่จะเข้าศึกษาต่อคณะแพทยศาสตร์ และ ทันตแพทยศาสตร์ ภาคภาษาอังกฤษ อาจจะต้องมาลุ้นกันอีกครั้งว่าแต่ละคณะจะประกาศเกณฑ์คะแนนปี 65 ออกมาอย่างไรบ้างครับ
การสมัครสอบและค่าธรรมเนียม CU-ATS vs SAT Subject Tests
สำหรับรูปแบบและค่าธรรมเนียมของทั้ง 2 ข้อสอบนี้ ค่อนข้างแตกต่างกัน กล่าวคือ
ในการสอบ CU-ATS จะมีรูปแบบการสอบทั้งแบบกระดาษ 1,000 บาท และสอบคอมพิวเตอร์ 2,600 บาทซึ่งการประกาศผลสอบแบบคอมพิวเตอร์จะสามารถรู้ผลสอบได้ทันที เหมาะกับน้องที่ต้องการใช้คะแนนเลย และการสอบนี้จะจัดขึ้นที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเท่านั้น ที่สำคัญ ในการสอบ 1 ครั้ง น้องๆ จะได้สอบทั้ง 2 วิชาคือเคมีและฟิสิกส์ ไม่สามารถแยกสอบวิชาใดวิชาหนึ่งได้
ส่วนรูปแบบการสอบของ SAT Subject Tests จะมีแต่แบบกระดาษเท่านั้น และในการสมัครสอบจะสามารถแยกวิชาที่สอบได้ แต่สูงสุดไม่เกิน 3 วิชาต่อรอบ โดยค่าธรรมเนียมการสอบก็จะแตกต่างกันอยู่ที่ประมาณ 3,500 (1 วิชา), 4,500 (2 วิชา) และ 6,000 (3 วิชา) ที่สำคัญ เนื่องจาก SAT Subject Tests ได้รับความนิยมมาก ทำให้มีศูนย์สอบหลายแห่งให้น้องๆเลือกได้เลย นอกจากนี้ทั้ง 2 การสอบไม่จำกัดอายุผู้เข้าสอบด้วย
วิชาและรูปแบบข้อสอบ CU-ATS vs SAT Subject Tests
อีกหนึ่งความแตกต่างที่ชัดเจนมากๆ ระหว่าง 2 ข้อสอบนี้คือวิชา และจำนวนข้อที่ออกสอบ ดังนี้
ข้อสอบ CU-ATS ในปัจจุบันประกอบด้วย 2 วิชาเท่านั้น ได้แก่ CU-ATS Chemistry และ CU-ATS Physics ต้องสอบครั้งละ 2 วิชา วิชาละ 1 ชั่วโมง รวมระยะเวลาในการสอบ CU-ATS 2 ชั่วโมง โดย Physics มีจำนวน 30 ข้อ และ เคมี 55 ข้อ สำหรับการสอบ CU-ATS ทางศูนย์สอบจะจัดเตรียมเครื่องคิดเลขไว้ให้ผู้เข้าสอบไว้ด้วย
อย่างไรก็ตาม แม้ว่า SAT Subject Tests จะมีหลากหลายวิชา แต่ตัวที่นิยมสอบในไทยมีทั้งหมด 4 วิชาได้แก่ Physics, Chemistry, Biology, และ Math LV 2 ในการสอบ 1 ครั้งผู้เข้าสอบเลือกสอบได้สูงสุดไม่เกิน 3 วิชา ระยะเวลาในการทำข้อสอบวิชาละ 1 ชั่วโมง โดยจำนวนข้อของแต่ละวิชา ได้แก่ Physics 75 ข้อ, Chemistry 85 ข้อ, Biology 80 ข้อ, และ Math LV2 50 ข้อ ดังนั้น น้องๆต้องวางแผนเลือกวิชาสอบดีๆ และต้องบริหารเวลาในการทำข้อสอบแต่ละวิชาดีๆด้วย ที่สำคัญ น้องๆไม่สามารถใช้เครื่องคิดเลขได้ในการสอบ SAT Subject Tests ยกเว้นวิชา Math LV2 เท่านั้น
พี่ก๊อฟได้สรุปความแตกต่างของข้อสอบ SAT Subject Test Chemistry และ CU-ATS ไว้แล้ว ไปอ่านได้เลยที่ >> เปรียบเทียบโจทย์ SAT Subject Test Chemistry VS CU-ATS (Chemistry)
สรุป CU-ATS ต่างจาก SAT Subject Tests ยังไง?
สุดท้ายนี้ พี่ก๊อฟได้สรุปความแตกต่างของ 2 ข้อสอบนี้ไว้ให้แล้ว รับรองว่าไม่ตกหล่นสักประเด็นแน่นอนครับผม
สำหรับน้องๆ ที่มีเป้าหมายอยากเข้าคณะ ISE และ BSAC จุฬาฯ อยู่แล้ว บอกเลยว่าพี่ก๊อฟพร้อมช่วยเต็มที่ จัดเต็มยกทัพคอร์ส CU-ATS ครบทั้ง 2 วิชา และ CU-AAT Math มาพร้อมเสิร์ฟน้องๆ รับรอบว่าเนื้อหาเข้มข้น โจทย์อัดแน่น และอัพเดทตามข้อสอบล่าสุดแน่นอนครับ
สอบถามรายละเอียดคอร์สเรียนเพิ่มเติมได้เลยที่
น้องๆ คนไหนที่อยากสมัครเรียน สามารถเข้ามาปรึกษาสอบถามรายละเอียดการเรียนได้ทาง Line : @ignitebyondemand หรือโทร 02-6580023 , 091-5761475
สามารถซื้อคอร์สเรียนออนไลน์ ด้วยตัวเองได้ง่ายๆ ผ่าน Shop Online ของ ignite …พร้อมแล้วลุยเลย >> https://shop.ignitebyondemand.com/
ดูรายละเอียดคอร์สเรียน CU-ATS / CU-AAT ทั้งหมดได้ทาง >> https://www.ignitebyondemand.com/our-courses/cu-aat-cu-ats/
Related Blog & News
ข่าวสารและกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง
-
Blog, Medical TCAS 1 (Portfolio)
ไขความลับ BMAT Writing เขียนยังไงให้ปัง!
สวัสดีครับน้องๆ วันนี้พี่กั๊ก Ignite by OnDemand จะขอมาแชร์สิ่งที่เรียกได้ว่าเป็น Pain ของหลายคนมากๆ ที่กำลังเตรียมตัวสอบ BMAT ใน Part3 : Writing Task มีคนถามพี่มาว่า พี่! จะเอายังไงดี เพราะว่า BMAT Writing กับเวลาที่มีอยู่มันยากเหลือเกิน ขอคำแนะนำหน่อย น้องครับหลายๆ คนคงรู้ว่าปัญหาของ BMAT นอกจากการเขียนแล้ว ยังเป็นเรื่องของเวลาที่จำกัด เพราะเรามีเวลาแค่ 30 นาทีในการเขียน BMAT 1 คำถามของ Writing ให้เสร็จครับ ดังนั้น วันนี้พี่กั๊กขอมาแนะนำนะครับว่า เราจะจัดการกับ 30 นาทีนั้นยังไง ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับข้อสอบ BMAT Writing กันก่อนครับ ทำความเข้าใจกับข้อสอบ BMAT Writing Task (Part3) BMAT Writing เป็นหนึ่งใน 3 Part […]
Comments (0)
-
Blog, SAT
เรียน SAT ที่ ignite by OnDemand คว้า 800 คะแนนเต็มก่อนใคร
เรียน SAT ที่ไหนดี ? ที่นี่เลย ignite by OnDemand คว้า 800 คะแนนเต็มก่อนใคร การันตีความสำเร็จด้วยน้องที่สอบติดคณะอินเตอร์ยอดฮิตกว่าพันคน เพราะคะแนน SAT คือกุญแจสำคัญที่ทำให้น้องสอบติดคณะอินเตอร์ยอดฮิต หลายๆ คนจึงมีคำถามกันว่าแล้วเราควรจะ เรียน SAT ที่ไหนดี ? พี่บอกเลยว่าต้องที่ ignite เพราะคลาสเรียน SAT ที่ ignite by OnDemand ได้ออกแบบมาอย่างเข้มข้นเพื่อให้น้องพิชิต SAT Perfect Score ด้วยการเรียนการสอนที่มีเนื้อหาครบและครอบคลุมทุกเรื่องที่ออกสอบ อัพเดทตามข้อสอบปีล่าสุดใหม่ทั้งหมด 100% พร้อมโจทย์เพิ่มเติมให้น้องฝึกฝนจนคุ้นมือและรับ Feedback ทันทีจากคุณครูผู้สอน เพื่อปิดจุดอ่อนและปรับปรุงได้อย่างตรงจุดที่สุด! นอกจากนี้น้องๆ ในคลาสเรียน SAT ที่ ignite by OnDemand จะได้เข้าร่วมกิจกรรม Pathway To success ที่เราสร้างมาเพื่อดูแลน้องๆ ให้มั่นใจว่าจะคว้า SAT Perfect […]
Comments (0)
-
Blog
ไขข้อสงสัย เข้าหมอในไทย ต้องทำ IB full diploma หรือไม่ โดยน้องยูโร RIS ว่าที่ freshy ทันตะ จุฬาฯ
การทำ IB full diploma ในโรงเรียนหลักสูตร IB นั้นอาจจะเป็นใบเบิกทางที่เปิดโอกาสมากกว่าสำหรับน้องๆ ที่ยังไม่แน่ใจว่าตัวเองนั้นอยากเข้าคณะไหน เรียนต่อในประเทศหรือนอกประเทศ เพราะการที่หลักสูตร IB นั้นได้รับการยอมรับไปทั่วโลกด้วยความ Well-rounded ของเนื้อหาและการศึกษาทั้งด้านวิชาการและกิจกรรมอย่างเข้มข้น ดังนั้นการทำคะแนน IB full diploma ที่มีครบทั้ง TOK, CAS และ EE ได้ดีนั้นย่อมแปลว่าน้องๆ มีโอกาสที่จะเข้ามหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงในต่างประเทศได้ แต่น้องๆ ที่เรียนโรงเรียนนานาชาติที่มีหลักสูตร IB ให้เลือกหลายๆ คนอาจจะกำลังสับสนว่า ถ้าเราจะเข้าหมอในไทยนั้นเราจำเป็นที่จะต้องทำ IB full diploma หรือเปล่า หรือเราสามารถเรียนแค่บางวิชาก็พอ วันนี้พี่แอดมินเลยรวบรวมข้อมูลและบทสัมภาษณ์ จาก น้องยูโร โรงเรียนร่วมฤดี มาเพื่อไขความกระจ่างกันครับ โดยเรามาเริ่มกันกับวิชาส่วนมากที่ น้องๆ โรงเรียนนานาชาติต้องใช้เพื่อยื่นเข้าคณะแพทย์และทันตะ กันนะครับ รวมวิชาที่ต้องยื่นคะแนนเข้าคณะแพทย์ในไทย สำหรับเด็กอินเตอร์ […]
Comments (0)
-
Blog, IELTS
5 เทคนิคสอบ IELTS Speaking อย่างไรให้ผ่านฉลุย by Kru Tan Native Speaker
สำหรับน้องๆ ที่ต้องการเรียนต่อมหาวิทยาลัยหลักสูตรอินเตอร์ หรือเรียนต่อต่างประเทศ แน่นอนว่าการสอบวัดระดับภาษาคือเรื่องที่สำคัญมากถึงมากที่สุดเลย เพราะนี่คือหนึ่งใน Requirements ที่เป็นจุดวัดว่าน้องสามารถผ่านด่านประตูแรก หรือยื่นสมัครได้รึเปล่า หนึ่งในการสอบที่ถือได้ว่าเป็นรูปแบบสุดฮิตที่น้องๆ ส่วนใหญ่เลือกกันก็คือการสอบ “IELTS” นั่นเอง เนื่องจากสามารถใช้ยื่นได้ในเกือบทุกสถาบัน เรียกได้ว่าเกือบทุกมุมโลกยอมรับในผลสอบนี้ แต่ยังไงก็ตามการสอบ IELTS ถือว่าหินเลยทีเดียวหากน้องๆ ที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก โดยเฉพาะพาร์ท Speaking วันนี้พี่ๆ ignite เลยพาครูแทน สุดยอดติวเตอร์ภาษาอังกฤษจาก Ignite มาแชร์เทคนิคและจุดโฟกัสว่า “ทำยังไงดีนะ ถึงจะผ่านด่าน IELTS Speaking ไปได้?” สำหรับใครที่ยังไม่รู้ Kru Tan ของชาว ignite เป็น Native Speaker ที่เติบโตและศึกษาที่ประเทศอังกฤษ พร้อมดีกรีจาก Queen Mary U. of London ทำให้ทักษะในการสื่อสารของครูแทนเรียกได้ว่าลื่นไหนสุดๆ […]
Comments (0)
Comments