ความแตกต่างระหว่าง CU-TEP กับ TU-GET ข้อสอบไหนยากกว่ากัน
เป็นอีกหนึ่งคำถามยอดฮิตเลยว่าข้อสอบ CU-TEP และ TU-GET เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร และน้องๆ ควรเลือกสอบข้อสอบไหนดีกว่ากัน เราไปดูความแตกต่างของข้อสอบจากทั้ง 2 สถาบันนี้กันแบบข้อต่อข้อ และหาคำตอบไปพร้อมกันว่าน้องๆ ควรเลือกสอบตัวไหนดี
มารู้จักข้อสอบ CU-TEP คืออะไร? TU-GET คืออะไร?
ก่อนอื่นแลย เรามาทำความรู้จักกับข้อสอบทั้ง 2 ข้อสอบว่า CU-TEP คืออะไร และ TU-GET คืออะไรกันนะครับ
CU-TEP ย่อมาจาก Chulalongkorn University Test of English Proficiency คือ ข้อสอบวัดระดับภาษาอังกฤษที่ออกโดย สถาบันภาษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไปด้านภาษาอังกฤษ
- ผลคะแนน CU-TEP จะมีอายุ 2 ปี
- ผลคะแนนของ CU-TEP โดยส่วนใหญ่จะใช้ยื่นศึกษาต่อในแทบทุกคณะอินเตอร์ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทั้ง แพทยศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ สัตวแพทยศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ พาณิชยศาสตร์และการบัญชี อักษรศาตร์ และจิตวิทยา เป็นต้น
- นอกจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยังมีมหาวิทยาลัยอื่นๆ ที่รับรองผลคะแนนสอบ CU-TEP ในการยื่นสมัครศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี เช่น แพทยศาสตร์ และทันตแพทยศาสตร์ ม.ขอนแก่น แพทยศาสตร์ ม.เชียงใหม่ รวมไปถึงคณะวิศวกรรมศาสตร์อินเตอร์ของ ม.ธรรมศาสตร์ และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ซึ่งแต่ละคณะเหล่านี้ ก็จะใช้ระดับคะแนนที่แตกต่างกัน
- รวมถึงคะแนน CU-TEP ยังสามารถนำไปใช้ยื่นเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาโทและเอกของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้อีกด้วย
TU-GET ย่อมาจาก Thammasat University General English Test คือ ข้อสอบวัดระดับความรู้ภาษาอังกฤษของผู้ที่ประสงค์จะสมัครเข้าเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- TU-GET สามารถใช้เป็นส่วนหนึ่งในการยื่นเข้าสมัครในภาคอินเตอร์ในหลายๆ คณะของธรรมศาสตร์ได้ครับ และเรียนต่อปริญญาโทที่ธรรมศาสตร์ได้เช่นกัน
- โดยใช้เข้าคณะอินเตอร์ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อาทิเช่น วิศวกรรมศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ ศิลปศาสตร์ หรือวารสารศาสตร์ เป็นต้น
- อายุคะแนนของ TU-GET คือ 2 ปี เช่นเดียวกับ CU-TEP
- สำหรับเกณฑ์การยื่นคะแนนของแต่ละคณะและแต่ละมหาวิทยาลัย ก็จะแตกต่างกันไปตามประกาศของคณะนั้นๆ
ค่าสอบและการสมัครสอบ
มาดูที่ค่าธรรมเนียมการสอบของแต่ละตัวกันหน่อย ต้องขอออกตัวก่อนเลยว่า ทั้ง CU-TEP และ TU-GET มีค่าธรรมเนียมการสอบที่อยู่ในระดับที่เอื้อมถึงได้ เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่น้องๆ หลายคนเลือกสอบ 2 ตัวนี้
สำหรับการค่าใช้จ่ายในการสมัครสอบ CU-TEP ที่ครอบคลุมทักษะ Listening, Reading, และ Writing มีราคาทั้งสิ้น 900 บาท แต่หากผู้สมัครสอบจำเป็นต้องใช้คะแนน CU-TEP Speaking เพื่อนำไปยื่นเข้าบางคณะของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเช่น BBA, EBA, JIPP, แพทยศาสตร์ และทันตแพทยศาสตร์ ค่าสมัครสอบจะอยู่ที่ราคา 2,900 บาท
การสมัครสอบของ CU-TEP ผู้สมัครสอบ สามารถสมัครออนไลน์ได้ผ่านเว็บไซต์ข้างต้น ในหัวข้อ “ระบบลงทะเบียนออนไลน์” เมื่อข้อมูลที่กรอกได้รับการยืนยันแล้ว ผู้สมัครสอบสามารถชำระเงินการสอบ โดยมีวิธีดังนี้
ชำระเงินผ่านทางเคาน์เตอร์ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงไทย หรือธนาคารทหารไทย โดยพิมพ์ใบชำระเงินจากระบบการสมัคร และนำใบชำระเงินไปยื่นกับทางเคาน์เตอร์ธนาคาร เพื่อทำการชำระเงิน (สามารถชำระเงินได้ภายในเวลาทำการ ของธนาคารภายในวันสุดท้ายของการสมัครสอบ) หรือ ชำระผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิส
ชำระเงินผ่าน ATM โดยชำระผ่านตู้ ATM โดยเลือกเมนูชำระสินค้าและบริการ ทำการใส่ Ref 1 และ Ref 2 ตามที่ระบุไว้ในใบชำระเงินที่พิมพ์ออกมาจากระบบ (สามารถชำระเงินภายในเวลาเทื่องคืน ของวันสุดท้ายของการสมัครสอบ ถ้าหากชำระเงินเกินตามเวลาที่กำหนด ทางระบบจะปรับยอดเป็นวันถัดไป ซึ่งถือว่าเกินตามระยะเวลาการชำระเงิน จะถือว่าผู้สมัครได้ชำระเงิน เกินกำหนดระยะเวลาการสมัครสอบ) สามารถพิมพ์ใบชำระเงินได้ภายในเวลา 17.00 น.ของวันสุดท้ายของการสมัคร
* ผู้สมัครสามารถตรวจสอบสถานะการชำระเงินของตนเองได้ ภายใน 3 วันทำการ หลังจากทำการชำระเงิน
** หากผู้สมัครไม่ได้ชำระเงินภายในเวลาที่กำหนด จะไม่สามารถชำระเงินย้อนหลังได้ และต้องรอสมัครใหม่ในรอบต่อไป
ส่วนค่าธรรมเนียมการสมัคสอบ TU-GET โดยปกติอยู่ที่ราคา 500 บาท แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่สมัครสอบด้วย กล่าวคือ หากน้องทำการสมัครสอบวันที่ 1-15 ของทุกเดือน ค่าสมัครสอบจะอยู่ที่ 500 บาท
ผู้สมัครสอบสามารถสมัครสอบทางออนไลน์ และพิมพ์ใบแจ้งการชำระเงินและนำไปชำระเงินได้ที่ ธนาคารกสิกรไทย ทุกสาขา แต่หากน้องสมัครวันที่ 16 จนถึงวันสอบ ค่าสมัครสอบจะอยู่ที่ 700 บาท และผู้สมัครสอบต้องจ่ายค่าสมัครสอบด้วยตนเอง ที่ห้อง TU-GET ชั้น 1 อาคารสถาบันภาษา มธ. ท่าพระจันทร์
ทั้งนี้ ผู้สมัครสอบสามารถตรวจสอบเลขประจำตัวสอบ สถานที่ วันและเวลาสอบได้ทางเว็บไซต์ ก่อนสอบ 1 สัปดาห์
น้องๆสามารถสมัครสอบทั้ง CU-TEP และ TU-GET ได้ตามลิงค์ที่แชร์ด้านล่างนี้ได้เลย
1. ลิงค์การสมัครสอบ CU-TEP
http://register.atc.chula.ac.th/ChulaATC/index.php?mod=welcome&op=&lang=th
2. ลิงค์การสมัครสอบ TU-GET
http://litu.tu.ac.th/TUGET/Login.aspx
วันและสถานที่สอบ
CU-TEP และ TU-GET เปิดรอบสอบทุกเดือนเหมือนกัน แต่ CU-TEP จะจัดสอบเดือนละ 1-2 ครั้ง และจะเปิดรอบสอบ CU-TEP Speaking เดือนละ 1ครั้งเท่านั้น ส่วน TU-GET จะเปิดสอบเดือนละ 1 ครั้ง
สำหรับการรับผลสอบ CU-TEP ผู้สอบจะรู้ผลสอบประมาณ 2 สัปดาห์ หลังจากการสอบผ่านเว็บไซต์ออนไลน์ ส่วนผลการสอบ TU-GET ผู้เข้าสอบสามารถตรวจสอบคะแนนได้ทางเว็บไซต์ หลังจากวันสอบ 1 สัปดาห์ โดยที่สถาบันภาษาจะส่งคะแนนอย่างเป็นทางการให้ผู้สมัครสอบ ภายหลังการสอบ 2 สัปดาห์
ทั้งนี้ ผู้สอบสามารถเช็คปฏิทินการจัดสอบได้ในลิงค์ด้านล่างนี้เลย
1. ปฏิทินสอบ CU-TEP (ปรากฏในแถบด้านซ้ายมือของเว็บไซต์)
http://www.atc.chula.ac.th/index2.html
2. ปฏิทินสอบ TU-GET
http://litu.tu.ac.th/2019/assets/public/kcfinder/upload/public/pdf/2019/12/Brochure%20TU-GET(PBT)-2562-2563.pdf
สำหรับสถานที่สอบของ CU-TEP และ TU-GET ผู้สมัครสอบสามารถตรวจสอบสถานที่, วัน, และเวลาการสอบได้จากเว็บไซต์ทางการข้างต้น โดยสถานที่สอบของ CU-TEP จะมีความหลากหลายกว่าเพื่อความสะดวกของผู้สมัครสอบในแต่ละภูมิภาค สนามสอบที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของ CU-TEP คือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยนั่นเอง ส่วนสนามสอบของ TU-GET จะเป็นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต แต่บางครั้งก็มีการจัดรอบพิเศษตามศูนย์สอบโรงเรียนต่างๆ ในกรุงเทพมหานคร
ข้อสอบและระยะเวลาการสอบ
เราลองมาลงรายละเอียดเนื้อหาในข้อสอบกันบ้าง ทั้ง CU-TEP และ TU-GET ต่างก็มีข้อสอบ 3 พาร์ท แต่ทักษะที่สอบก็มีความแตกต่างกันบ้าง ดังนี้
ข้อสอบ CU-TEP ประกอบไปด้วย 3 พาร์ท รวมทั้งหมด 120 ข้อ คะแนนเต็ม 120 คะแนน ในแต่ละพาร์ทจะกำหนดเวลาทำแยกกัน คือเมื่อทำเสร็จพาร์ทหนึ่งก็จะเก็บและทำอีกพาร์ทหนึ่งต่อ โดยในแต่ละพาร์ทมีจำนวนข้อและจำกัดเวลา ดังนี้
- Listening จำนวน 30 ข้อ ระยะเวลาในการสอบ 30 นาที
- Reading จำนวน 60 ข้อ ระยะเวลาในการสอบ 70 นาที
- Writing จำนวน 30 ข้อ ระยะเวลาในการสอบ 30 นาที
ข้อสอบ TU-GET ประกอบไปด้วย 3 พาร์ทที่มีความแตกต่างจาก CU-TEP บ้าง มีจำนวนข้อทั้งหมด 100 ข้อ คะแนนเต็ม 1,000 คะแนน สำหรับการสอบ TU-GET นี้ ระยะเวลาในการสอบจะรวมกัน 3 ชั่วโมงต่อเนื่องกัน ดังนั้น ผู้เข้าสอบต้องบริหารเวลาในการทำข้อสอบเอง โดยทักษะการสอบมีดังนี้
- Grammar and Structure จำนวน 25 ข้อ
- Vocabulary จำนวน 25 ข้อ
- Reading comprehension จำนวน 50 ข้อ
เจาะลึกข้อสอบ CU-TEP และ TU-GET
ได้เวลามาเจาะลึกทั้ง 2 ข้อสอบกันแล้ว เพื่อให้น้องๆเห็นภาพมากขึ้น จะได้เตรียมตัวได้ง่ายขึ้น ลองไปดูกันเลย
ข้อสอบ CU-TEP ที่ผู้สมัครทั่วไปสอบมีคำถามทั้งหมดรวม 120 ข้อ เป็นข้อสอบปรนัยทั้งหมด โดยที่ข้อสอบ CU-TEP ประกอบด้วย 3 ทักษะ ได้แก่ Listening, Reading, และ Writing โดยในแต่ละพาร์ทจะมีรายละเอียดการสอบ ดังนี้
- ข้อสอบ LISTENING มีจำนวน 30 ข้อ ระยะเวลาการทำ 30 นาที แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่
– บทสนทนาสั้นระหว่างผู้พูด 2 คน จำนวน 15 ข้อ
– บทสนทนาที่ผู้พูดโต้ตอบกัน ความยาวประมาณ 10-20 exchanges จำนวน 3 บท บทละ 3 ข้อ รวมเป็นทั้งหมด 9 ข้อ
– บทพูดคนเดียว (Monologue) ที่มีความยาวประมาณ 200-250 คำ จำนวน 2 บท บทละ 3 ข้อ รวมเป็น 6 ข้อสำหรับการสอบ Listening ผู้สอบจะได้ยินบทสนทนาแต่ละบทเพียงครั้งเดียว และหลังบทสนทนาผู้สอบจะได้ยินคำถามเพียงครั้งเดียวเช่นกัน เมื่อคำถามแต่ละข้อจบลง ผู้สอบต้องตอบคำถามโดยการเลือกจากตัวเลือก 1, 2, 3, หรือ 4
- ข้อสอบ READING มีจำนวน 60 ข้อ ระยะเวลาการทำ 70 นาที แบ่งข้อสอบออกเป็น 3 ลักษณะ ได้แก่
Cloze reading เป็นบทความภาษาอังกฤษ ที่มีการเว้นช่องว่าง 15 ช่อง 15 ข้อ 15 คะแนนผู้สอบต้องเลือกคำตอบจากตัวเลือก 1, 2, 3, หรือ 4 ให้บทความสมบูรณ์ถูกต้องทั้งด้านเนื้อหาและไวยากรณ์
– บทความสั้น เป็นบทความสั้นประมาณ 1 ย่อหน้าหรือประมาณครึ่งหน้า A4 มักเป็นรูปแบบจดหมาย และมีคำถามแบบปรนัยจำนวน 5 ข้อ
– บทความยาว เป็นบทความที่มีความยาวประมาณ 1 หน้า A4 จำนวน 4บทความ โดยมีคำถามจาก 4บทความรวมทั้งสิ้น 40 ข้อ*ด้วยจำนวนข้อถึง 60 ข้อ ภายใน 70 นาที ทำให้ผู้สอบมีเวลาเฉลี่ยต่อข้ออยู่เพียงข้อละ 1 นาทีเศษ ผู้สอบจึงควรบริหารเวลาในการทำข้อสอบให้มีประสิทธิภาพที่สุด
- ข้อสอบ WRITING มีจำนวน 30 ข้อ ระยะเวลาในการทำข้อสอบ 30 นาที เฉลี่ยข้อละ 1 นาทีเท่านั้น
ข้อสอบส่วนนี้จะออกมาในรูปแบบของ Error Identification เพื่อวัดความรู้ทางไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ ของผู้เข้าสอบโดยเฉพาะ เป็นข้อสอบปรนัยแบบเลือกจากตัวเลือก 1, 2, 3, หรือ 4 เช่นกัน*ทั้งนี้ ดร.พี่กั๊กและพี่แพททริค ได้รวบรวมเทคนิคการทำข้อสอบ CU-TEP รวมถึง CU-TEP Speaking ไว้ให้แล้ว น้องสามารถคลิกเข้าไปอ่านได้ที่ >> เผยเทคนิคพิชิต CU-TEP + CU-TEP SPEAKING พร้อมแนวข้อสอบทั้ง 4 ทักษะ
มาต่อกันที่ ข้อสอบ TU-GET กันบ้าง ข้อสอบนี้มีคำถามรวมทั้งหมด 100 ข้อ ระยะเวลาในการทำข้อสอบทั้งหมดรวม 3 ชั่วโมงแบบที่ผู้เข้าสอบสามารถบริหารเวลาทำข้อสอบได้เอง โดยเนื้อหาที่สอบมีดังนี้
- Grammar and Structure เป็นพาร์ทที่วัดความรู้ด้านไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ มีจำนวนคำถามทั้งหมด 25 ข้อ แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ
– Error identification จำนวน 13 ข้อ เป็นการหาจุดผิดจากประโยค เป็นข้อสอบปรนัยแบบ 4 ตัวเลือก ข้อสอบในส่วนนี้จะมีความคล้ายคลึงกับข้อสอบพาร์ท Writing ของ CU-TEP มากๆ
– Sentence completion จำนวน 12 ข้อ เป็นพาร์ทเติมคำตอบในช่องว่างที่วัดความรู้ทางไวยากรณ์โดยเฉพาะ เป็นข้อสอบปรนัยแบบ 4 ตัวเลือก คำถามจะมาเป็นประโยคและเว้นว่างไว้ให้น้องๆ เลือกเติมประโยคให้สมบูรณ์ถูกต้อง บอกเลยว่าเป็นพาร์ทที่ต้องแม่นไวยากรณ์จริงๆ - Vocabulary เป็นพาร์ทวัดความรู้ด้านคำศัพท์ภาษาอังกฤษ มีทั้งหมด 25 ข้อ แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่
– Fill in the blanks มีจำนวนทั้งหมด 13 ข้อ ก่อนหน้านี้ข้อสอบจะเป็น Passage มาให้และให้เลือกคำไปเติมให้ถูกต้อง เป็นลักษณะเหมือน Cloze test แต่ปัจจุบันนี้ ข้อสอบ TU-GET เปลี่ยนพาร์ทนี้เป็นข้อต่อข้อ กล่าวคือ เป็นประโยคมาให้ทีละข้อ และให้เลือกคำศัพท์ที่ถูกต้องทั้งถูกความหมายและถูกบริบทไปเติม ตัวเลือกเป็นปรนัยแบบ 4 ตัวเลือกเช่นเดียวกัน ความยากของพาร์ทนี้คือ ตัวเลือกที่โจทย์ให้มาจะมีความใกล้เคียงกันมาก บางครั้งใกล้เคียงในตัวสะกดทำให้น้องๆ ลังเลได้ บางครั้งก็ใกล้เคียงในความหมาย ทำให้น้องๆ ต้องเลือกใช้คำให้ถูกบริบทด้วย
– Synonyms มีจำนวนทั้งหมด 12 ข้อ พาร์ทนี้เป็นการวัดว่าน้องๆ รู้ความหมายและบริบทการใช้ของคำศัพท์ที่โจทย์กำหนดมาเลยหรือไม่ เพราะน้องๆ ต้องเลือกคำตอบที่มีความหมายเหมือนหรือใกล้เคียงคำที่โจทย์ขีดเส้นใต้มามากที่สุด - Reading comprehension มีจำนวนทั้งหมด 50 ข้อ จากทั้งหมด 6 passages ใน 1 Passage ก็จะมีคำถามประมาณ 7-10 ข้อ ความยาวของแต่ละ passage จะมีความแตกต่างกัน บางบทความอาจสั้น บางบทความยาว เรื่องที่ออกจะมีความหลากหลาย เช่น บทความการทดลองทางวิทยาศาสตร์ บทความเกี่ยวกับปแญกาสิ่งแวดล้อม หรือบทความที่เกี่ยวกับด้านสังคม เป็นต้น ส่วนคำถามของพาร์ทนี้จะมีความคล้ายคลึงกับคำถามในข้อสอบ CU-TEP ทั้งการถาม Title, main idea, reference, vocabulary รวมถึงการถามแบบลงรายละเอียด จึงจำเป็นมากๆ ที่น้องๆ จะต้องอ่านเข้าใจภาพรวมของบทความนั้นๆ
สรุปความเหมือนและต่างของข้อสอบ
สุดท้ายนี้ เราไปดูความเหมือนและความแตกต่างระหว่างข้อสอบ CU-TEP และ TU-GET กัน อย่างที่ได้บอกไปแล้วว่าทั้งสองข้อสอบนี้มีบางทักษะและรูปแบบคำถามที่แตกต่างกัน กล่าวคือ CU-TEP จะมีการทดสอบ Listening จำนวน 30 ข้อ ในขณะที่ข้อสอบ TU-GET ไม่มี แต่จะมีการทดสอบ Vocabulary แทนในจำนวน 25 ข้อ สำหรับพาร์ท Reading จำนวนข้อของ CU-TEP ก็จะมากกว่าของ TU-GET 10 ข้อ และในพาร์ท Writing จาก CU-TEP ที่เป็น Error identification อย่างเดียว 30 ข้อ ใน TU-GET ก็จะเหลือแค่ 13 ข้อ และมีส่วนที่เป็น Sentence completion เข้ามาแทน 12 ข้อ
ทั้งนี้ ระดับความยากของทั้งสองข้อสอบ ค่อยข้างอยู่ในระดับเดียวกัน แต่น้องๆ หลายคนอาจบอกว่าข้อสอบ CU-TEP ยากกว่า ซึ่งก็อาจจะเป็นเพราะเวลาในการทำข้อสอบที่สั้นกว่าก็ได้ ที่ทำให้น้องๆ รู้สึกกดดันตัวเอง
คอร์สเรียน CU-TEP & TU-GET
จะเห็นเลยว่า ทั้ง CU-TEP และ TU-GET มีความคล้ายคลึงในเนื้อหาที่สอบอย่างมากโดยเฉพาะด้านการอ่าน, คำศัพท์, และไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ หรือ Grammar นั่นเอง ดังนั้น เพื่อที่จะให้น้องๆ ได้ประโยชน์จากการเรียนอย่างสูงสุด ทาง ignite จึงได้ออกแบบคอร์สเรียนที่สามารถช่วยให้น้องๆ เตรียมตัวสอบทั้ง 2 ข้อสอบได้ไปพร้อมๆ กันกับคอร์ส Mini Class CU-TEP & TU-GET โดยพี่พิมพ์ รับรองว่าน้องๆ จะได้พบกับเทคนิคการทำข้อสอบมากมาย และเริ่มปูความรู้ตั้งแต่พื้นฐานไวยากรณ์ที่ออกสอบบ่อยในทั้ง 2 ข้อสอบ พร้อมการแตกศัพท์มากมายมั่นใจได้เลยว่าออกสอบแน่ ที่สำคัญ คอร์สนี้จำกัดที่นั่งเพียง 10 คนเท่านั้น!
สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือเข้ามาทำ Placement Test เพื่อวัดระดับความรู้ ได้ที่ Ignite by Ondemand ชั้น 12B อาคารสยามพิวรรธน์ทาวเวอร์ หรือคลิกปุ่ม Line@ ด้านล่างเพื่อสอบถามข้อมูลเข้ามาได้เลยครับ
สามารถศึกษาข้อมูลข้อสอบ CU-TEP หรือเทคนิคในการทำข้อสอบ CU-TEP ที่น่าสนใจ ที่พวกพี่ๆ ได้รวบรวมไว้ให้น้องๆ ได้ทาง >> https://www.ignitebyondemand.com/category/cu-tep/
Related Blog & News
ข่าวสารและกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง
-
Blog, Medical TCAS 1 (Portfolio)
คู่มือสำหรับพ่อแม่ อยากให้ลูกติดหมอ ตั้งแต่ TCAS รอบแรก ต้องใช้อะไรบ้าง
สวัสดีคุณพ่อคุณแม่ทุกที่อยากให้ลูกๆเป็นหมอทุกท่านนะครับ…วันนี้ ignite จะขอมาแนะนำการ สอบเข้าคณะแพทย์ TCAS รอบ 1 หรือที่ผู้ปกครองหลายๆ ท่านจะคุ้นหูกับคำว่า “แพทย์รอบ Portfolio” ซึ่งมีมหาวิทยาลัยที่เปิดรับ เช่น แพทย์จุฬาฯ แพทย์รามาฯ แพทย์ม.ขอนแก่น แพทย์ม.เชียงใหม่และอีกมากมายโดยวันนี้ ignite จะมาแนะนำข้อมูลสำคัญที่จะทำให้ลูกๆ ของคุณพ่อคุณแม่สอบติดหมอก่อนใครตั้งแต่ TCAS รอบแรก…ถ้าพร้อมแล้วเรามาดูกันเลย !! สอบเข้าแพทย์รอบ Portfolio ต้องใช้อะไรบ้าง GPAX หรือเกรดเฉลี่ยสะสม สิ่งที่จำเป็นต่อการ สอบเข้าแพทย์รอบ Portfolio อย่างแรกคือ GPAX หรือเกรดเฉลี่ยสะสม โดยส่วนใหญ่มหาวิทยาลัยจะกำหนดให้ใช้เกรดรวมทั้งหมด 4-5 เทอมด้วยกัน แต่จะมีเกณฑ์เกรดเฉลี่ยสะสมแตกต่างกันออกไปตามความต้องการของแต่ละคณะ แต่ต้องเรียนคุณพ่อคุณแม่ว่าหากลูกของท่านมี GPAX ตั้งแต่ 3.50 ขึ้นไป น้องๆ จะมีโอกาสในการยื่นเข้าคณะแพทย์รอบ 1 ได้ทุกมหาวิทยาลัย […]
Comments (0)
-
Blog, GED
GED Math & Science สองวิชาสำคัญ ช่วยอัพ Total Score
สวัสดีค่ะน้องๆ กลับมาพบกับพี่หมิง Ignite อีกครั้ง วันนี้พี่หมิงก็มีเรื่องสำคัญเกี่ยวกับ GED มาฝากอีกเช่นเคยค่ะ สำหรับน้องๆ ที่สนใจอยากใช้คะแนน GED เทียบวุฒิเพื่อเข้ามหาวิทยาลัยก็คงทราบกันดีอยู่แล้วว่าหลายๆ คณะมักจะกำหนดคะแนนรวม (Total Score) ขั้นต่ำที่น้องๆ ต้องทำได้ถึงจะมีสิทธิ์ยื่นสมัครเข้าคณะนั้นๆ เช่น CU-TU กำหนดคะแนน GED ขั้นต่ำที่ 660 คะแนน, MUIC กำหนดที่ 600 คะแนน เป็นต้น ดังนั้น นอกจากน้องๆ จะโฟกัสที่การสอบรายวิชาแล้ว อีกเรื่องที่ต้องคำนึงคือคะแนนรวม และสองวิชาที่ครูหมิงขอบอกเลยว่าเป็นตัวช่วยดึงคะแนนรวมที่ดีมากๆ ให้กับน้องๆ ก็คือ GED Mathematical Reasoning และ GED Science ค่ะ ก่อนอื่นเรามาเจาะลึกดูรายละเอียดของแต่ละวิชากันก่อนนะคะ GED Mathematical Reasoning ข้อมูลที่ต้องรู้ GED Mathematical Reasoning 1.ข้อสอบมี […]
Comments (0)
-
Blog
เจาะลึก 2 วิชายาก IGCSE Chemistry & Biology กับครูเกมและครูเวิลด์
นับถอยหลังอีกเพียง 4 เดือนสู่การสอบ IGCSE รอบตุลาคมสำหรับน้องๆ ระบบการศึกษานานาชาติ การสอบครั้งนี้ถือว่าเป็นจุดสำคัญเลยทีเดียว เพราะน้องๆ ต้องนำคะแนนเหล่านี้ไปใช้ศึกษาต่อวิชาที่ต้องการในระดับ A-Level และอาจต้องใช้ยื่นควบคู่กันในการสมัครเข้ามหาวิทยาลัยในอนาคตอีกด้วย วันนี้พี่ๆ Ignite เลยจะพาน้องๆ มาเจาะลึก 2 วิชายาก IGCSE Chemistry & Biology กับครูพี่เกมและครูพี่เวิลด์ ผู้ที่มีประสบการณ์แน่นในการสอนน้องๆ หลักสูตรอินเตอร์ เพื่อที่จะได้รีบเตรียมตัวคว้าคะแนน A* กันถ้วนหน้า เรามาเริ่มกันเลยดีกว่า! เจาะลึกข้อสอบ IGCSE Chemistry จุดไหนยากสุด? ครูพี่เกมต้องขออธิบายก่อนว่า ก่อนที่เราจะเจาะลึกถึงความยากของ IGCSE Chemistry นั้น น้องๆ อาจจะต้องดูก่อนว่าข้อสอบที่น้องๆ จะเจอนั้นมาจากบอร์ดไหน CIE (Cambridge) หรือ Pearson Edexcel ถึงเเม้ว่าทั้ง 2 […]
Comments (0)
-
Blog, CU-ATS/CU-AAT
เหมือนไม่เหมือน เอาปากกามาวง เทียบให้ชัด CU-ATS VS ACT SCIENCE
สวัสดีครับว่าที่น้องๆ ทีมวิทยา วิศวะอินเตอร์ทุกคน ตั้งแต่มีการยกเลิก SAT Subject Tests ไป พี่เชื่อว่าน้องๆ หลายคน ต้องวางแผนเส้นทางสู่คณะในฝันกันใหม่ ซึ่งแน่นอนว่า ทั้ง CU-ATS และ ACT Science เป็นหนทางใหม่ในการพาน้องไปสู่จุดมุ่งหมาย แต่พี่เชื่อว่าคงมีหลายคนสงสัยว่า แล้วหน้าตาข้อสอบของ CU-ATS และ ACT Science เป็นอย่างไร แตกต่างกันตรงจุดไหนบ้าง และเราจะเลือกสอบตัวไหนดี วันนี้ทั้งพี่อิ้งค์และพี่ก๊อฟ ขอมา เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างข้อสอบ CU-ATS และ ACT Science จับทั้งสองข้อสอบมาเปรียบเทียบกันในทุกแง่มุม เพื่อเป็นอีกแนวทางในการช่วยน้องๆ ตัดสินใจครับ ทำความรู้จักข้อสอบ CU-ATS VS ACT Science อย่างแรก เรามาทำความรู้จักข้อสอบทั้ง 2 แบบก่อนนะครับ […]
Comments (0)
Comments