ส่องหลักสูตรแพทย์ 2 ปริญญา มีกี่หลักสูตร เรียนอะไรบ้าง?
มาแรงไม่พักนาทีนี้ ต้องยกให้หลักสูตร “แพทย์ 2 ปริญญา” ไปเลย ที่หลายมหาวิทยาลัยชั้นนำ ผลิตหลักสูตรกันออกมาเพียบ ตอบโจทย์คนอยากเรียนหมอ ที่อยากเรียนด้านอื่นๆ เพื่อเสริมทักษะ แค่ 1 ปริญญายังไม่พอ ไหนๆ จะเรียนทั้งที ขอเรียนทีเดียวคุ้มมมม พี่แอดมินเลยขอทำหน้าที่รวบรวมสุดยอดหลักสูตรแพทย์ 2 ปริญญาเอาไว้ให้ ว่าจะมีกี่หลักสูตร และแต่ละหลักสูตรมีจุดเด่นอย่างไร ไปดูเพิ่มเติมกันครับ
แพทย์ 2 ปริญญา คืออะไร?
แพทย์ 2 ปริญญา ก็คือหลักสูตรที่มีการควบรวมระหว่างหลักสูตรแพทย์ กับสาขาวิชาอื่นๆ ซึ่งมีทั้งรูปแบบจบการศึกษาได้รับปริญญาตรี 2 ใบ จาก 2 มหาวิทยาลัย และจบการศึกษาได้รับปริญญาตรีพร้อมปริญญาโท
แพทย์รามา 2 ปริญญา
เริ่มกันที่แพทย์รามา กับหลักสูตร 2 ปริญญาในดวงใจของน้องหลายๆ คน
- โครงการร่วม 2 หลักสูตร พ.บ. – วศ.ม. หรือ วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต (วิศวกรรมชีวการแพทย์)
เรียนทั้งหมด 7 ปี โดยน้องๆ จะได้เรียนชั้นพรีคลินิก 3 ปีแรกที่คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี จากนั้นชั้นปีที่ 4 จะเป็นการเรียนในหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิศวกรรมชีวการแพทย์ เป็นเวลา 1 ปีและกลับเข้าศึกษาต่อในหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิตในชั้นปีที่ 5 – 7 ทางด้านคลินิก โดยยังคงมีการทำงานวิจัยของหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิศวกรรมชีวการแพทย์ ควบคู่ไปด้วย
เมื่อจบการศึกษาจะได้รับ 2 ปริญญา คือ ปริญญาแพทยศาสตรบัณฑิต (พ.บ.) (Doctor of Medicine, M.D.) และวิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต (วศ.ม. (วิศวกรรมชีวการแพทย์)) (M. Eng. (Biomedical Engineering))
- โครงการร่วม 2 หลักสูตร พ.บ. – กจ.ม. หรือ การจัดการมหาบัณฑิต (นานาชาติ)
เรียนทั้งหมด 7 ปี โดยเรียนชั้นพรีคลินิก 3 ปีแรกที่คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี จากนั้นเข้าศึกษาในหลักสูตรการจัดการมหาบัณฑิต (นานาชาติ) โปรแกรม Healthcare and wellness management 1 ปีที่วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล และกลับมาเรียนชั้นคลินิกที่คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ควบคู่ไปกับการทำวิจัยสำหรับวิทยานิพนธ์หลักสูตรการจัดการมหาบัณฑิตอีก 3 ปี
เมื่อจบการศึกษาจะได้รับ 2 ปริญญา คือ ปริญญาแพทยศาสตรบัณฑิต (พ.บ.) (Doctor of Medicine, M.D.) และการจัดการมหาบัณฑิต (นานาชาติ) (กจ.ม.) (Master of Management, M.M.)
แพทย์จุฬา 2 ปริญญา
โครงการร่วม 2 หลักสูตร พ.บ. – วท.ม. หรือ วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (วิศวกรรมชีวเวช)
โดยน้องๆ ที่เรียนในโครงการนี้จะสามารถเลือกลงทะเบียนเรียนรายวิชาในสาขาวิชาวิศวกรรมชีวเวชควบคู่ไปกับการเรียนตามหลักสูตรแพทย์ได้ตามความสนใจ และเมื่อเรียนตามหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิตครบ 120 หน่วยกิต และมีคุณสมบัติตามที่คณะกรรมการบริหารหลักสูตรกำหนด จะมีสิทธิ์สมัครเข้าศึกษาหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สหสาขาวิศวกรรมชีวเวชได้
หากได้รับการคัดเลือกเข้าหลักสูตร ในชั้นปีที่ 4-6 น้องๆ จะได้เรียนตามหลักสูตรแพทย์ ควบคู่ไปกับการสัมมนา และการทำวิทยานิพนธ์ในหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต โดยสามารถเลือกได้ใน 6 สาขาวิจัย ได้แก่ สาขา Medical instruments and biosensors, สาขา Biomechanics, สาขา Rehabilitation, สาขา Medical Imaging, สาขา Tissue engineering and Drug delivery system และสาขา Bioinformatics
เมื่อจบการศึกษาจะได้รับ 2 ปริญญา คือ ปริญญาแพทยศาสตรบัณฑิต (พ.บ.) (Doctor of Medicine, M.D.) และ วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (วท.ม.) (Master of Science, M.Sc.)
แพทย์ธรรมศาสตร์ 2 ปริญญา
หลักสูตรร่วม 2 ปริญญา ระหว่างแพทยศาสตรบัณฑิต และศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขา “กฎหมายทางการแพทย์และสุขภาพ” และ สาขา ”การบริหารโรงพยาบาลและธุรกิจสุขภาพ”
- หลักสูตรร่วมคณะนิติศาสตร์ สาขาวิชากฎหมายทางการแพทย์และสุขภาพ
พูดถึงความโดดเด่นของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก็ต้องนึกถึงคณะนิติศาสตร์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายเป็นอันดับแรก หลักสูตรนี้จึงเป็นการนำเอาจุดเด่นทางด้านกฎหมายมาควบรวมกับความรู้ทางการแพทย์ โดยมุ่งเน้นผลิตบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความรู้ด้านกฎหมายทางการแพทย์และสุขภาพ พร้อมการเป็นนักวิชาการที่สามารถทำวิจัยพื้นฐานหรือต่อยอดเป็นงานวิจัยเชิงนโยบายได้
น้องๆ จะได้เรียนทางด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ ควบคู่กับการเรียนพื้นฐานกฎหมายทางการแพทย์และสุขภาพ กฎหมายด้านสถานพยาบาล รวมไปถึงระบบหลักการความรู้ด้านระบาดวิทยาคลินิก โดยเป็นการเรียนภาคทฤษฎีควบคู่กับการทำวิจัยทางคลินิกจริง
เรียน 7 ปี เมื่อจบการศึกษาจะได้รับ 2 ปริญญา คือ ปริญญาแพทยศาสตรบัณฑิต (พ.บ.) (Doctor of Medicine, M.D.) และ ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชากฎหมายทางการแพทย์และสุขภาพ (ศศ.ม.) (Master of Art in Health and Medical Law)
- หลักสูตรร่วมคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ด้านการบริหารโรงพยาบาลและธุรกิจสุขภาพ
โดยน้องๆ จะได้เรียนครอบคลุมตามหลักสูตรแพทยศาตรบันฑิต พร้อมการเรียนหลักการบริหารโรงพยาบาล กฎหมายนวัตกรรมและทรัพย์สินทางปัญญาทางการแพทย์ กฎหมายธุรกิจทางการแพทย์ และนิติเวชศาสตร์ขั้นสูง โดยเป็นการเรียนภาคทฤษฎีควบคู่กับการทำวิจัยทางคลินิกจริงเช่นเดียวกัน
เรียน 7 ปี เมื่อจบการศึกษาจะได้รับ 2 ปริญญา คือ ปริญญาแพทยศาสตรบัณฑิต (พ.บ.) (Doctor of Medicine, M.D.) และ ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการบริหารโรงพยาบาลและธุรกิจสุขภาพ (ศศ.ม.)
แพทย์ ม.ขอนแก่น 2 ปริญญา
ข้ามมาฝั่งภาคอีสานกันบ้าง จะเป็นที่ไหนไปไม่ได้นอกจาก มข. อีกคณะแพทย์ในดวงใจน้องๆ ทั่วประเทศ ซึ่งหลักสูตรแพทย์ 2 ปริญญาของที่นี่จะแบ่งออกเป็น
- โครงการร่วม 2 หลักสูตร พ.บ. – วท.ม. หรือ วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (สาขาวิชาการบริหารโรงพยาบาล)
เรียนทั้งหมด 6 ปี โดยเป็นการเรียนควบคู่กันตลอดหลักสูตร มุ่งเน้นการผลิตนักบริหารทางการแพทย์ นักวิจัยด้านการบริหารและการสร้างนวัตกรรมทางการแพทย์
เมื่อจบการศึกษาจะได้รับ 2 ปริญญา คือ ปริญญาแพทยศาสตรบัณฑิต (พ.บ.) (Doctor of Medicine, M.D.) และวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (วท.ม. (การบริหารโรงพยาบาล))
- โครงการร่วม 2 หลักสูตร พ.บ. – วท.ม. หรือ วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (สาขาวิชาวิทยาการข้อมูลและสารสนเทศสุขภาพ)
เรียนทั้งหมด 6 ปี โดยเป็นการเรียนควบคู่กันตลอดหลักสูตร มุ่งเน้นการผลิตแพทย์ผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูง นักวิจัยด้านวิทยาการข้อมูลและสารสนเทศสุขภาพ
เมื่อจบการศึกษาจะได้รับ 2 ปริญญา คือ ปริญญาแพทยศาสตรบัณฑิต (พ.บ.) (Doctor of Medicine, M.D.) และวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (วท.ม. (วิทยาการข้อมูลและสารสนเทศสุขภาพ))
แพทย์ศิริราช 2 ปริญญา
Hybrid Program 6 ยกกำลัง 1 เป็นหลักสูตรแพทย์ 2 ปริญญา ของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล โดยน้องๆ สามารถเลือกเรียนได้หลายสาขาตามความสนใจ เช่น หลักสูตรการศึกษาวิทยาศาสตร์สุขภาพ Bio-Design วิศวกรรมศาสตร์ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สาธารณสุขศาสตร์ และการจัดการ นอกจากนี้ ยังมีหลักสูตรนานาชาติระดับปริญญาโท โดย 2 สถาบันการศึกษาชั้นนำจากต่างประเทศ คือ Oregon Health & Science University ประเทศสหรัฐอเมริกา ในหลักสูตร Health Informatics และ The University of Western Australia ประเทศออสเตรเลีย ในหลักสูตร Public Health
ซึ่งหลักสูตรนี้จะมีการปรับเนื้อหาและสร้างรายวิชาใหม่ จากเดิมที่นักศึกษาปี 1 ต้องเรียนวิชาฟิสิกส์ เคมี ชีวะ คณิตศาสตร์ ปรับเป็นวิชาที่นำไปใช้ได้จริงในการเรียนแพทย์ เรียนกับอาจารย์จากศิริราชตั้งแต่ชั้นเรียนปีที่ 1 และยังมีการเพิ่มวิชาใหม่ๆ อย่าง วิชาว่าด้วยผู้สูงอายุ ศาสตร์ระบบสุขภาพ ไว้ในหลักสูตรด้วย
เมื่อจบการศึกษาจะได้รับ 2 ปริญญา คือ ปริญญาแพทยศาสตรบัณฑิต (พ.บ.) (Doctor of Medicine, M.D.) และปริญญาโทในคณะที่สนใจ
แพทย์ SWU-NOTT 2 ปริญญา
โครงการร่วมของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒและคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนอตติงแฮม สหราชอาณาจักร
ต้องบอกก่อนว่าหลักสูตรนี้ไม่ใช่การเรียนแพทย์นานาชาติ แต่เป็นการเรียนคณะแพทย์ใน 2 สถาบัน โดยช่วงปี 1-3 จะเป็นการเรียนพรีคลีนิคที่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยน็อตติงแฮม แล้วกลับมาศึกษาต่อในชั้นคลีนิค ปีที่ 4-6 ที่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ร่วมกับเพื่อนๆ คณะแพทย์ภาคปกติอีก 3 ปี
เมื่อจบการศึกษาจะได้รับปริญญาตรีจาก 2 สถาบัน โดยเมื่อจบการศึกษา 3 ปีแรกจะได้รับ Bachelor Degree of Medical Sciences (B.Med.Sci.) จาก University of Nottingham และเมื่อจบการศึกษาชั้นปีที่ 6 จะได้รับปริญญาแพทยศาสตรบัณฑิต (พ.บ.) (Doctor of Medicine, M.D.) จากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
แพทย์ CICM 2 ปริญญา
ปิดท้ายด้วย หลักสูตรแพทย์ 2 ปริญญาอย่าง แพทย์แผนจีน วิทยาลัยแพทยศาสตร์นานาชาติจุฬาภรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
หลักสูตรนี้จะเป็นหลักสูตรแพทย์นานาชาติ จัดการเรียนการสอนแบบ 2 ภาษา คือ ภาษาจีนและภาษาอังกฤษ เน้นการศึกษาเกี่ยวกับการรักษาโดยไม่ใช้สารเคมี เน้นใช้สมุนไพร การฝังเข็ม ครอบแก้ว เป็นต้น
- ปีที่ 1 จะเป็นการศึกษาโดยใช้ภาษาอังกฤษ เรียนหมวดวิชาศึกษาทั่วไปซึ่งเป็นหลักสูตรกลางของมหาวิทยาลัย และกลุ่มวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ โดยเรียนที่วิทยาลัยแพทยศาสตร์นานาชาติจุฬาภรณ์ สถาบันภาษา และคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต
- ปีที่ 2 ใช้ภาษาจีนในการศึกษา จัดการเรียนการสอนที่ Beijing University of Chinese Medicine สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยเป็นการเรียนกลุ่มวิชาภาษาสำหรับการแพทย์แผนจีน
- ปีที่ 3 เป็นการศึกษาโดยใช้ภาษาอังกฤษ โดยเป็นการเรียนกลุ่มวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยเรียนที่วิทยาลัยแพทยศาสตร์นานาชาติจุฬาภรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- ปีที่ 4 เป็นการศึกษาโดยใช้ภาษาจีนเจาะลึกวิชาชีพเฉพาะ (การแพทย์แผนจีน) โดยเรียนที่วิทยาลัยแพทยศาสตร์นานาชาติจุฬาภรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- ส่วน ปีที่ 5-6 ใช้ภาษาจีนในการศึกษา เป็นการเรียนเจาะลึกวิชาชีพเฉพาะ และเดินทางกลับมาฝึกเวชปฏิบัติก่อนสิ้นสุดหลักสูตรที่คลินิกการแพทย์ผสมผสานบริการด้านการแพทย์แผนจีน วิทยาลัยแพทยศาสตร์นานาชาติจุฬาภรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ / คลินิกการประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว และโรงพยาบาลชลบุรี
เมื่อจบการศึกษาจะได้รับปริญญาตรีจาก 2 สถาบัน คือ การแพทย์แผนจีนบัณฑิต (พจ.บ.) (Bachelor of Traditional Chinese Medicine, B.CM.) จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ Bachelor of Traditional Chinese Medicine จาก Beijing University of Chinese Medicine สามารถสอบใบประกอบวิชาชีพแพทย์แผนจีนได้ทั้งในไทยและจีน
หลักสูตรน่าสนใจเพียบเลยใช่ไหม สำหรับน้องๆ คนไหนที่สนใจอยากเรียนเข้าคณะแพทย์ แต่ยังไม่รู้จะเริ่มอย่างไร พี่แอดมินมีคอร์สใหม่มาแนะนำกับคอร์ส Medical Preparation เตรียมเส้นทางสู่แพทย์รอบพอร์ตแบบครบทุกมิติ เริ่มตั้งแต่การค้นหาตัวตน ปูพื้นฐานการทำวิจัยใส่พอร์ต จนไปถึงเตรียมพร้อมสู่การสัมภาษณ์เลยทีเดียว หรือหากสนใจเติมไฟ เสริมแรงบันดาลใจในการทำงานวิจัยก็มาจอยกันได้ที่ Research for Medical
สุดท้ายนี้ พี่แอดมินและพี่ๆ ignite ทุกคนก็ขอส่งแรงใจ และจะอยู่เคียงข้างน้องตลอดเส้นทางความฝัน สู้ไปด้วยกันครับ สนใจวางแผน จัดสรรตารางเรียนกับพี่ๆ Education Consult แบบส่วนตัวโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ทักเข้ามาคุยกันได้ตลอดที่ Line: @ignitebyondemand และ โทร 091-5761475
หากต้องการเลือก Shop คอร์สเรียน Online สามารถเลือกช้อป!คอร์สเรียนด้วยตัวเองได้ที่
Related Blog & News
ข่าวสารและกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง
-
ไม่มีหมวดหมู่, Blog, GED
GED Ready เครื่องมือ(ไม่)ลับ อัพคะแนนตามเป้า!
สวัสดีค่ะน้องๆ กลับมาพบกันอีกครั้งกับบทความ GED วันนี้พี่จะมาเล่าถึงเครื่องมือในการเตรียมสอบ GED ที่สำคัญมากๆ ที่เรียกว่า GED Ready โดยเฉพาะน้องๆ ที่วางแผนอยากจะไปสอบ GED และต้องการที่จะยื่นวุฒิตัวนี้เพื่อเข้าจุฬา หรือ ธรรมศาสตร์ ซึ่งตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นไป ทางที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ได้กำหนดเกณฑ์คะแนนขั้นต่ำของ GED จาก 145 คะแนน (High School Equivalency) เป็น 165 คะแนน (GED College Ready) บอกเลยว่ายากกว่าเดิมมาก และที่สำคัญนโยบายใหม่ของ GED ตั้งแต่ปี 2017 (แอบไปถามทาง GED มาแล้ว ข้อมูลนี้คอนเฟิร์ม!!) ระบุว่า หากสอบผ่าน GED High School Equivalency ไปแล้ว (145/200) การทำเรื่องขอสอบใหม่เพื่อต้องการปรับคะแนนขึ้นจะไม่สามารถทำได้ทุกคนแล้วนะคะ ส่วนใครแก้ได้ใครแก้ไม่ได้เดี๋ยวพี่จะให้ข้อมูลไว้ข้างล่างค่ะ แต่เอาเป็นว่าตอนนี้มีเงื่อนไขเกิดขึ้นใหม่มากมาย สำหรับใครที่ยังยืนยันจะสอบ […]
Comments (0)
-
Blog, Medical TCAS 1 (Portfolio)
รีวิวการเตรียมตัวสอบเข้า แพทย์จุฬาฯ รอบ Portfolio แบบฉบับเด็กโรงเรียนไทย จากน้องกู๊ด สวนกุหลาบวิทยาลัย
สวัสดีน้องๆ ว่าที่หมอทุกคนครับ วันนี้พี่แอดมินพาพี่กู๊ด รุ่นพี่ ignite จากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ที่ตอนนี้เป็นรุ่นพี่คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย …มาแนะนำ การเตรียมตัวสอบเข้าคณะแพทย์ รอบ Portfolio แบบฉบับนักเรียนไทย ให้น้องๆ มั่นใจว่าจะสอบติดชัวร์ๆ นะครับ พร้อมแล้วไปอ่านกันได้เลย !! เรียนโรงเรียนไทย…ทำไมเลือกสอบเข้าคณะแพทย์ ด้วยข้อสอบอินเตอร์ใน TCAS รอบ 1 ? น้องๆ หลายคนคงสงสัยว่า พี่เป็นเด็กโรงเรียนไทย แต่ทำไมเลือกสอบเข้าคณะแพทย์ ด้วยข้อสอบอินเตอร์ เดี๋ยววันนี้พี่จะแนะนำข้อดีของการเตรียมตัวสอบเข้าหมอรอบ Portfolio ให้ฟังนะครับ TCAS รอบ 1 ช่วยเพิ่มโอกาสที่เราจะสอบติดหมอได้มากขึ้น เพราะถ้าเรามุ่งเน้นที่ รอบ กสพท. แต่เพียงอย่างเดียวก็เหมือนเป็นการตัดโอกาสของตัวเองทิ้งไปดื้อๆ พี่เลยเลือกเตรียมตัวรอบ 1 ให้เรามีเส้นทางสู่การเป็นหมอเพิ่มขึ้นครับ ซึ่งสำหรับพี่คิดว่า เราสามารถเตรียมสอบแพทย์ […]
Comments (0)
-
Blog, Medical TCAS 1 (Portfolio)
AKAT คือ? ทำความรู้จักข้อสอบยื่นแพทย์รอบพอร์ต SWU-NOTT
ข้อสอบน้องใหม่ล่าสุดที่ถูกประกาศนำมาใช้ทดแทนข้อสอบ BMAT อย่างเป็นทางการนั่นก็คือ ข้อสอบ AKAT ที่ทางคณะแพทย์ SWU-NOTT และทันตะ มศว จะนำมาใช้เป็นเกณฑ์ในการคัดเลือกน้องๆ รอบพอร์ต TCAS68 AKAT คือ อะไร? สอบเมื่อไหร่? ควรเตรียมตัวอย่างไร? ไปทำความรู้จัก AKAT ให้มากขึ้นกัน AKAT คือ อะไร? ข้อสอบ AKAT หรือ Aptitude&Knowledge Admisson Test คือ ข้อสอบวัดความถนัดทางการเรียน ซึ่งจัดสอบโดย สำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มศว เป็นข้อสอบสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าศึกษาต่อในหลักสูตรนานาชาติของ มศว เช่น คณะแพทย์ โครงการร่วมกับมหาวิทยาลัยนอตติงแฮม (SWU-NOTT), คณะทันตะ และหลักสูตรอินเตอร์อื่น ๆ ใน มศว ข้อสอบ AKAT […]
Comments (0)
-
Blog, SAT Reading and Writing, SAT
แชร์เทคนิคพิชิตข้อสอบ SAT Reading and Writing ประเภท Vocabulary in Context
สวัสดีครับน้องๆ ทุกคน เป็นอย่างไรกันบ้างเอ่ย เตรียมตัวในการสอบ SAT ไปถึงไหนกันแล้วบ้างครับ หลายๆ คนคงเริ่มเรียนและฝึกฝนทำโจทย์ SAT กันอยู่เพื่อพิชิตคณะในฝัน วันนี้พี่แพททริคจึงขอมาให้กำลังใจพร้อมทั้งแชร์เทคนิคพิชิต ข้อสอบ SAT Reading and Writing กันครับ น้องๆ รู้มั้ยเอ่ยว่าข้อสอบประเภท Vocabulary in Context เนี่ย ก็เป็นข้อสอบอีกประเภทหนึ่งที่มีความสำคัญมากๆ และสามารถช่วยเราเพิ่มคะแนนสอบได้ เพราะว่ามีข้อสอบประเภทนี้ถึง 8-9 ข้อต่อชุด (อ้างอิงจาก Official SAT Practice Tests ชุดที่ 8-9 โดย College Board) นับว่าเกือบจะเป็น 20 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนข้อสอบทั้งหมดเลยทีเดียว (ข้อสอบพาร์ท Reading มีทั้งหมด 52 ข้อ) ดังนั้น หากน้องๆ สามารถเก็บคะแนนในส่วนนี้ได้ทั้งหมด โอกาสในการพิชิต Perfect Score ก็จะเพิ่มขึ้นด้วยครับ หลังจากรู้ถึงความสำคัญที่จะต้องพิชิตข้อสอบ Vocabulary […]
Comments (0)
Comments