ส่องหลักสูตรแพทย์ 2 ปริญญา มีกี่หลักสูตร เรียนอะไรบ้าง?
มาแรงไม่พักนาทีนี้ ต้องยกให้หลักสูตร “แพทย์ 2 ปริญญา” ไปเลย ที่หลายมหาวิทยาลัยชั้นนำ ผลิตหลักสูตรกันออกมาเพียบ ตอบโจทย์คนอยากเรียนหมอ ที่อยากเรียนด้านอื่นๆ เพื่อเสริมทักษะ แค่ 1 ปริญญายังไม่พอ ไหนๆ จะเรียนทั้งที ขอเรียนทีเดียวคุ้มมมม พี่แอดมินเลยขอทำหน้าที่รวบรวมสุดยอดหลักสูตรแพทย์ 2 ปริญญาเอาไว้ให้ ว่าจะมีกี่หลักสูตร และแต่ละหลักสูตรมีจุดเด่นอย่างไร ไปดูเพิ่มเติมกันครับ
แพทย์ 2 ปริญญา คืออะไร?
แพทย์ 2 ปริญญา ก็คือหลักสูตรที่มีการควบรวมระหว่างหลักสูตรแพทย์ กับสาขาวิชาอื่นๆ ซึ่งมีทั้งรูปแบบจบการศึกษาได้รับปริญญาตรี 2 ใบ จาก 2 มหาวิทยาลัย และจบการศึกษาได้รับปริญญาตรีพร้อมปริญญาโท
แพทย์รามา 2 ปริญญา
เริ่มกันที่แพทย์รามา กับหลักสูตร 2 ปริญญาในดวงใจของน้องหลายๆ คน
- โครงการร่วม 2 หลักสูตร พ.บ. – วศ.ม. หรือ วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต (วิศวกรรมชีวการแพทย์)
เรียนทั้งหมด 7 ปี โดยน้องๆ จะได้เรียนชั้นพรีคลินิก 3 ปีแรกที่คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี จากนั้นชั้นปีที่ 4 จะเป็นการเรียนในหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิศวกรรมชีวการแพทย์ เป็นเวลา 1 ปีและกลับเข้าศึกษาต่อในหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิตในชั้นปีที่ 5 – 7 ทางด้านคลินิก โดยยังคงมีการทำงานวิจัยของหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิศวกรรมชีวการแพทย์ ควบคู่ไปด้วย
เมื่อจบการศึกษาจะได้รับ 2 ปริญญา คือ ปริญญาแพทยศาสตรบัณฑิต (พ.บ.) (Doctor of Medicine, M.D.) และวิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต (วศ.ม. (วิศวกรรมชีวการแพทย์)) (M. Eng. (Biomedical Engineering))
- โครงการร่วม 2 หลักสูตร พ.บ. – กจ.ม. หรือ การจัดการมหาบัณฑิต (นานาชาติ)
เรียนทั้งหมด 7 ปี โดยเรียนชั้นพรีคลินิก 3 ปีแรกที่คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี จากนั้นเข้าศึกษาในหลักสูตรการจัดการมหาบัณฑิต (นานาชาติ) โปรแกรม Healthcare and wellness management 1 ปีที่วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล และกลับมาเรียนชั้นคลินิกที่คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ควบคู่ไปกับการทำวิจัยสำหรับวิทยานิพนธ์หลักสูตรการจัดการมหาบัณฑิตอีก 3 ปี
เมื่อจบการศึกษาจะได้รับ 2 ปริญญา คือ ปริญญาแพทยศาสตรบัณฑิต (พ.บ.) (Doctor of Medicine, M.D.) และการจัดการมหาบัณฑิต (นานาชาติ) (กจ.ม.) (Master of Management, M.M.)
แพทย์จุฬา 2 ปริญญา
โครงการร่วม 2 หลักสูตร พ.บ. – วท.ม. หรือ วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (วิศวกรรมชีวเวช)
โดยน้องๆ ที่เรียนในโครงการนี้จะสามารถเลือกลงทะเบียนเรียนรายวิชาในสาขาวิชาวิศวกรรมชีวเวชควบคู่ไปกับการเรียนตามหลักสูตรแพทย์ได้ตามความสนใจ และเมื่อเรียนตามหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิตครบ 120 หน่วยกิต และมีคุณสมบัติตามที่คณะกรรมการบริหารหลักสูตรกำหนด จะมีสิทธิ์สมัครเข้าศึกษาหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สหสาขาวิศวกรรมชีวเวชได้
หากได้รับการคัดเลือกเข้าหลักสูตร ในชั้นปีที่ 4-6 น้องๆ จะได้เรียนตามหลักสูตรแพทย์ ควบคู่ไปกับการสัมมนา และการทำวิทยานิพนธ์ในหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต โดยสามารถเลือกได้ใน 6 สาขาวิจัย ได้แก่ สาขา Medical instruments and biosensors, สาขา Biomechanics, สาขา Rehabilitation, สาขา Medical Imaging, สาขา Tissue engineering and Drug delivery system และสาขา Bioinformatics
เมื่อจบการศึกษาจะได้รับ 2 ปริญญา คือ ปริญญาแพทยศาสตรบัณฑิต (พ.บ.) (Doctor of Medicine, M.D.) และ วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (วท.ม.) (Master of Science, M.Sc.)
แพทย์ธรรมศาสตร์ 2 ปริญญา
หลักสูตรร่วม 2 ปริญญา ระหว่างแพทยศาสตรบัณฑิต และศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขา “กฎหมายทางการแพทย์และสุขภาพ” และ สาขา ”การบริหารโรงพยาบาลและธุรกิจสุขภาพ”
- หลักสูตรร่วมคณะนิติศาสตร์ สาขาวิชากฎหมายทางการแพทย์และสุขภาพ
พูดถึงความโดดเด่นของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก็ต้องนึกถึงคณะนิติศาสตร์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายเป็นอันดับแรก หลักสูตรนี้จึงเป็นการนำเอาจุดเด่นทางด้านกฎหมายมาควบรวมกับความรู้ทางการแพทย์ โดยมุ่งเน้นผลิตบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความรู้ด้านกฎหมายทางการแพทย์และสุขภาพ พร้อมการเป็นนักวิชาการที่สามารถทำวิจัยพื้นฐานหรือต่อยอดเป็นงานวิจัยเชิงนโยบายได้
น้องๆ จะได้เรียนทางด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ ควบคู่กับการเรียนพื้นฐานกฎหมายทางการแพทย์และสุขภาพ กฎหมายด้านสถานพยาบาล รวมไปถึงระบบหลักการความรู้ด้านระบาดวิทยาคลินิก โดยเป็นการเรียนภาคทฤษฎีควบคู่กับการทำวิจัยทางคลินิกจริง
เรียน 7 ปี เมื่อจบการศึกษาจะได้รับ 2 ปริญญา คือ ปริญญาแพทยศาสตรบัณฑิต (พ.บ.) (Doctor of Medicine, M.D.) และ ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชากฎหมายทางการแพทย์และสุขภาพ (ศศ.ม.) (Master of Art in Health and Medical Law)
- หลักสูตรร่วมคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ด้านการบริหารโรงพยาบาลและธุรกิจสุขภาพ
โดยน้องๆ จะได้เรียนครอบคลุมตามหลักสูตรแพทยศาตรบันฑิต พร้อมการเรียนหลักการบริหารโรงพยาบาล กฎหมายนวัตกรรมและทรัพย์สินทางปัญญาทางการแพทย์ กฎหมายธุรกิจทางการแพทย์ และนิติเวชศาสตร์ขั้นสูง โดยเป็นการเรียนภาคทฤษฎีควบคู่กับการทำวิจัยทางคลินิกจริงเช่นเดียวกัน
เรียน 7 ปี เมื่อจบการศึกษาจะได้รับ 2 ปริญญา คือ ปริญญาแพทยศาสตรบัณฑิต (พ.บ.) (Doctor of Medicine, M.D.) และ ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการบริหารโรงพยาบาลและธุรกิจสุขภาพ (ศศ.ม.)
แพทย์ ม.ขอนแก่น 2 ปริญญา
ข้ามมาฝั่งภาคอีสานกันบ้าง จะเป็นที่ไหนไปไม่ได้นอกจาก มข. อีกคณะแพทย์ในดวงใจน้องๆ ทั่วประเทศ ซึ่งหลักสูตรแพทย์ 2 ปริญญาของที่นี่จะแบ่งออกเป็น
- โครงการร่วม 2 หลักสูตร พ.บ. – วท.ม. หรือ วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (สาขาวิชาการบริหารโรงพยาบาล)
เรียนทั้งหมด 6 ปี โดยเป็นการเรียนควบคู่กันตลอดหลักสูตร มุ่งเน้นการผลิตนักบริหารทางการแพทย์ นักวิจัยด้านการบริหารและการสร้างนวัตกรรมทางการแพทย์
เมื่อจบการศึกษาจะได้รับ 2 ปริญญา คือ ปริญญาแพทยศาสตรบัณฑิต (พ.บ.) (Doctor of Medicine, M.D.) และวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (วท.ม. (การบริหารโรงพยาบาล))
- โครงการร่วม 2 หลักสูตร พ.บ. – วท.ม. หรือ วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (สาขาวิชาวิทยาการข้อมูลและสารสนเทศสุขภาพ)
เรียนทั้งหมด 6 ปี โดยเป็นการเรียนควบคู่กันตลอดหลักสูตร มุ่งเน้นการผลิตแพทย์ผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูง นักวิจัยด้านวิทยาการข้อมูลและสารสนเทศสุขภาพ
เมื่อจบการศึกษาจะได้รับ 2 ปริญญา คือ ปริญญาแพทยศาสตรบัณฑิต (พ.บ.) (Doctor of Medicine, M.D.) และวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (วท.ม. (วิทยาการข้อมูลและสารสนเทศสุขภาพ))
แพทย์ศิริราช 2 ปริญญา
Hybrid Program 6 ยกกำลัง 1 เป็นหลักสูตรแพทย์ 2 ปริญญา ของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล โดยน้องๆ สามารถเลือกเรียนได้หลายสาขาตามความสนใจ เช่น หลักสูตรการศึกษาวิทยาศาสตร์สุขภาพ Bio-Design วิศวกรรมศาสตร์ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สาธารณสุขศาสตร์ และการจัดการ นอกจากนี้ ยังมีหลักสูตรนานาชาติระดับปริญญาโท โดย 2 สถาบันการศึกษาชั้นนำจากต่างประเทศ คือ Oregon Health & Science University ประเทศสหรัฐอเมริกา ในหลักสูตร Health Informatics และ The University of Western Australia ประเทศออสเตรเลีย ในหลักสูตร Public Health
ซึ่งหลักสูตรนี้จะมีการปรับเนื้อหาและสร้างรายวิชาใหม่ จากเดิมที่นักศึกษาปี 1 ต้องเรียนวิชาฟิสิกส์ เคมี ชีวะ คณิตศาสตร์ ปรับเป็นวิชาที่นำไปใช้ได้จริงในการเรียนแพทย์ เรียนกับอาจารย์จากศิริราชตั้งแต่ชั้นเรียนปีที่ 1 และยังมีการเพิ่มวิชาใหม่ๆ อย่าง วิชาว่าด้วยผู้สูงอายุ ศาสตร์ระบบสุขภาพ ไว้ในหลักสูตรด้วย
เมื่อจบการศึกษาจะได้รับ 2 ปริญญา คือ ปริญญาแพทยศาสตรบัณฑิต (พ.บ.) (Doctor of Medicine, M.D.) และปริญญาโทในคณะที่สนใจ
แพทย์ SWU-NOTT 2 ปริญญา
โครงการร่วมของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒและคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนอตติงแฮม สหราชอาณาจักร
ต้องบอกก่อนว่าหลักสูตรนี้ไม่ใช่การเรียนแพทย์นานาชาติ แต่เป็นการเรียนคณะแพทย์ใน 2 สถาบัน โดยช่วงปี 1-3 จะเป็นการเรียนพรีคลีนิคที่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยน็อตติงแฮม แล้วกลับมาศึกษาต่อในชั้นคลีนิค ปีที่ 4-6 ที่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ร่วมกับเพื่อนๆ คณะแพทย์ภาคปกติอีก 3 ปี
เมื่อจบการศึกษาจะได้รับปริญญาตรีจาก 2 สถาบัน โดยเมื่อจบการศึกษา 3 ปีแรกจะได้รับ Bachelor Degree of Medical Sciences (B.Med.Sci.) จาก University of Nottingham และเมื่อจบการศึกษาชั้นปีที่ 6 จะได้รับปริญญาแพทยศาสตรบัณฑิต (พ.บ.) (Doctor of Medicine, M.D.) จากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
แพทย์ CICM 2 ปริญญา
ปิดท้ายด้วย หลักสูตรแพทย์ 2 ปริญญาอย่าง แพทย์แผนจีน วิทยาลัยแพทยศาสตร์นานาชาติจุฬาภรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
หลักสูตรนี้จะเป็นหลักสูตรแพทย์นานาชาติ จัดการเรียนการสอนแบบ 2 ภาษา คือ ภาษาจีนและภาษาอังกฤษ เน้นการศึกษาเกี่ยวกับการรักษาโดยไม่ใช้สารเคมี เน้นใช้สมุนไพร การฝังเข็ม ครอบแก้ว เป็นต้น
- ปีที่ 1 จะเป็นการศึกษาโดยใช้ภาษาอังกฤษ เรียนหมวดวิชาศึกษาทั่วไปซึ่งเป็นหลักสูตรกลางของมหาวิทยาลัย และกลุ่มวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ โดยเรียนที่วิทยาลัยแพทยศาสตร์นานาชาติจุฬาภรณ์ สถาบันภาษา และคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต
- ปีที่ 2 ใช้ภาษาจีนในการศึกษา จัดการเรียนการสอนที่ Beijing University of Chinese Medicine สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยเป็นการเรียนกลุ่มวิชาภาษาสำหรับการแพทย์แผนจีน
- ปีที่ 3 เป็นการศึกษาโดยใช้ภาษาอังกฤษ โดยเป็นการเรียนกลุ่มวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยเรียนที่วิทยาลัยแพทยศาสตร์นานาชาติจุฬาภรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- ปีที่ 4 เป็นการศึกษาโดยใช้ภาษาจีนเจาะลึกวิชาชีพเฉพาะ (การแพทย์แผนจีน) โดยเรียนที่วิทยาลัยแพทยศาสตร์นานาชาติจุฬาภรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- ส่วน ปีที่ 5-6 ใช้ภาษาจีนในการศึกษา เป็นการเรียนเจาะลึกวิชาชีพเฉพาะ และเดินทางกลับมาฝึกเวชปฏิบัติก่อนสิ้นสุดหลักสูตรที่คลินิกการแพทย์ผสมผสานบริการด้านการแพทย์แผนจีน วิทยาลัยแพทยศาสตร์นานาชาติจุฬาภรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ / คลินิกการประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว และโรงพยาบาลชลบุรี
เมื่อจบการศึกษาจะได้รับปริญญาตรีจาก 2 สถาบัน คือ การแพทย์แผนจีนบัณฑิต (พจ.บ.) (Bachelor of Traditional Chinese Medicine, B.CM.) จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ Bachelor of Traditional Chinese Medicine จาก Beijing University of Chinese Medicine สามารถสอบใบประกอบวิชาชีพแพทย์แผนจีนได้ทั้งในไทยและจีน
หลักสูตรน่าสนใจเพียบเลยใช่ไหม สำหรับน้องๆ คนไหนที่สนใจอยากเรียนเข้าคณะแพทย์ แต่ยังไม่รู้จะเริ่มอย่างไร พี่แอดมินมีคอร์สใหม่มาแนะนำกับคอร์ส Medical Preparation เตรียมเส้นทางสู่แพทย์รอบพอร์ตแบบครบทุกมิติ เริ่มตั้งแต่การค้นหาตัวตน ปูพื้นฐานการทำวิจัยใส่พอร์ต จนไปถึงเตรียมพร้อมสู่การสัมภาษณ์เลยทีเดียว หรือหากสนใจเติมไฟ เสริมแรงบันดาลใจในการทำงานวิจัยก็มาจอยกันได้ที่ Research for Medical
สุดท้ายนี้ พี่แอดมินและพี่ๆ ignite ทุกคนก็ขอส่งแรงใจ และจะอยู่เคียงข้างน้องตลอดเส้นทางความฝัน สู้ไปด้วยกันครับ สนใจวางแผน จัดสรรตารางเรียนกับพี่ๆ Education Consult แบบส่วนตัวโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ทักเข้ามาคุยกันได้ตลอดที่ Line: @ignitebyondemand และ โทร 091-5761475
หากต้องการเลือก Shop คอร์สเรียน Online สามารถเลือกช้อป!คอร์สเรียนด้วยตัวเองได้ที่
Related Blog & News
ข่าวสารและกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง
-
Blog, Medical TCAS 1 (Portfolio)
คู่มือสำหรับพ่อแม่ อยากให้ลูกติดหมอ ตั้งแต่ TCAS รอบแรก ต้องใช้อะไรบ้าง
สวัสดีคุณพ่อคุณแม่ทุกที่อยากให้ลูกๆเป็นหมอทุกท่านนะครับ…วันนี้ ignite จะขอมาแนะนำการ สอบเข้าคณะแพทย์ TCAS รอบ 1 หรือที่ผู้ปกครองหลายๆ ท่านจะคุ้นหูกับคำว่า “แพทย์รอบ Portfolio” ซึ่งมีมหาวิทยาลัยที่เปิดรับ เช่น แพทย์จุฬาฯ แพทย์รามาฯ แพทย์ม.ขอนแก่น แพทย์ม.เชียงใหม่และอีกมากมายโดยวันนี้ ignite จะมาแนะนำข้อมูลสำคัญที่จะทำให้ลูกๆ ของคุณพ่อคุณแม่สอบติดหมอก่อนใครตั้งแต่ TCAS รอบแรก…ถ้าพร้อมแล้วเรามาดูกันเลย !! สอบเข้าแพทย์รอบ Portfolio ต้องใช้อะไรบ้าง GPAX หรือเกรดเฉลี่ยสะสม สิ่งที่จำเป็นต่อการ สอบเข้าแพทย์รอบ Portfolio อย่างแรกคือ GPAX หรือเกรดเฉลี่ยสะสม โดยส่วนใหญ่มหาวิทยาลัยจะกำหนดให้ใช้เกรดรวมทั้งหมด 4-5 เทอมด้วยกัน แต่จะมีเกณฑ์เกรดเฉลี่ยสะสมแตกต่างกันออกไปตามความต้องการของแต่ละคณะ แต่ต้องเรียนคุณพ่อคุณแม่ว่าหากลูกของท่านมี GPAX ตั้งแต่ 3.50 ขึ้นไป น้องๆ จะมีโอกาสในการยื่นเข้าคณะแพทย์รอบ 1 ได้ทุกมหาวิทยาลัย […]
Comments (0)
-
Blog, Medical TCAS 1 (Portfolio)
รวม Requirement คณะแพทยศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ หลักสูตรอินเตอร์ TCAS68 รอบ 1
รวมข้อมูล Requirement ของคณะแพทยศาสตร์ และ ทันตแพทยศาสตร์ หลักสูตรนานาชาติ หรือหลักสูตรอินเตอร์ ของ TCAS68 รอบ1 Portfolio ทั้งหมดที่น่าสนใจมาให้น้องๆ ในที่เดียว เพื่อเป็นแนวทางในการเตรียมตัวสำหรับน้องๆ ว่าที่คุณหมอทุกคน สนใจคณะไหน มหาลัยไหน ไปดูกันได้เลยครับ… รวม Requirement คณะแพทย์อินเตอร์ TCAS68 รอบ 1 Portolio 1. คณะแพทยศาสตร์ วิทยาลัยแพทยศาสตร์นานาชาติจุฬาภรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (MED CICM) TCAS68 รอบ 1รับสมัคร วันที่ 29 ต.ค. – 30 พ.ย. 2567 หลักสูตรที่เปิดรับ หลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต ภาคภาษาอังกฤษ รับ 29 คน หลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิตและหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิตสาขาวิชาวิทยาศาสตร์การแพทย์ (นานาชาติ) รับ 31 คน คุณสมบัติของผู้สมัครและคะแนนที่ใช้ยื่น […]
Comments (0)
-
Blog, EP ม.ต้น
เรียน EP อยู่แล้วต้องเรียนภาษาอังกฤษเสริมอีกมั้ย ?
สวัสดีค่ะ พี่แนนจาก ignite นะคะ มีคำถามนึงที่ช่วงนี้พี่แนนได้ยินบ่อยมากๆ จากทั้งคุณพ่อคุณแม่และน้องๆ ม.ต้นที่เรียน EP มาว่า “เรียน EP อยู่แล้ว ยังต้องเรียนภาษาอังกฤษเสริมอยู่มั้ย” เพราะตามที่คุณพ่อคุณแม่เข้าใจคือหลักสูตรนี้เน้นภาษาอังกฤษอยู่แล้วน่าจะไม่ต้องทำอะไรมากมาย ก่อนที่เราจะไปหาคำตอบกัน พี่แนนมีเรื่องมาเล่าให้ฟังค่ะ เป็นเรื่องของนักเรียนคนนึงที่พี่เคยสอน น้องเรียน English Program มาตั้งแต่ ม.1 และตอนที่มาเจอกับพี่ครั้งแรก น้องอยู่ ม.3 แล้วและสนใจเตรียมตัวสอบเข้า Grade 10 ที่ MUIDS (โรงเรียนสาธิตนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล) ในวันที่เจอกับคุณแม่ของน้องครั้งแรกเพื่อวางแผนการเรียนกัน คุณแม่มองว่าน้องน่าจะไม่ต้องติวภาษาอังกฤษเยอะเพราะเรียน EP มา แต่เพื่อให้สามารถวางแผนการเรียนและสอนได้อย่างตรงจุด พี่จึงให้น้องลองทำโจทย์สอบเข้ารวมถึง พาร์ทการเขียนเรียงความภาษาอังกฤษ (Essay) สิ่งที่เกิดขึ้นคือน้องบอกกับพี่แนนว่าน้องเขียนไม่ได้ นึกคำศัพท์ไม่ออก เรียบเรียงไม่ถูก ในเวลาหนึ่งชั่วโมงนั้นน้องจึงเขียนได้เพียง Paragraph สั้นๆ เท่านั้น Academic English ปัญหาสำคัญของน้อง EP EP หรือ English Program เป็นทางเลือกที่กำลังได้รับความนิยมขึ้นเรื่อยๆ ในหมู่นักเรียนทั้ง ม.ต้น และ […]
Comments (0)
-
Blog, SAT
เจาะลึกเส้นทางการสอบติด BALAC CU รอบข้อเขียน โดยน้องพิมพ์ สวนกุหลาบวิทยาลัย รังสิต
สวัสดีครับ น้องๆ ที่มีความฝันอยากสอบเข้าคณะ BALAC CU ทุกๆ คน วันนี้พี่พาพี่พิมพ์ ignite idol คนเก่งของเรามาถามตอบ พร้อมแนะแนวทางเส้นทางในการเตรียมตัวสอบคณะ BALAC จุฬา รอบข้อเขียน ถ้าอยากรู้แล้วว่ามีเทคนิคทำข้อสอบและเตรียมตัวสัมภาษณ์ อย่างไรก็ไปเริ่มกันเลย.. Q: แนะนำตัวให้น้องๆ ignite รู้จักกันหน่อยครับ พิมพ์: สวัสดีค่ะ พี่ชื่อพิมพ์ กาชัย จบจากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย รังสิต สอบติด BALAC จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย Q: เล่าให้ฟังหน่อยได้ไหมครับว่า ทำไมถึงอยากเข้าคณะอักษรศาสตร์ หลักสูตรนานาชาติ พิมพ์: หนูรู้ตัวมาตั้งแต่เด็กๆ แล้วว่าเราชอบภาษา ก็เลยมาทางนี้ และอยากเรียนภาษาที่ 3 เพิ่มด้วยค่ะ Timeline การเตรียมตัวสอบ BALAC CU รอบข้อเขียน – น้องพิมพ์ Q: พอน้องรู้ตัวแล้วว่าอยากเข้าคณะนี้ […]
Comments (0)
Comments