อัปเดตล่าสุด! แพทย์รอบพอร์ต TCAS68 ต้องใช้คะแนนอะไรบ้าง?
สวัสดีครับน้องๆ และผู้ปกครองทุกท่าน หลังจากการประกาศยกเลิก BMAT ไปแล้ว ตอนนี้คณะแพทย์-ทันตะ หลายแห่งที่เคยใช้ BMAT เริ่มมีความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับแนวทางการเตรียมตัวสำหรับน้องๆ รุ่น TCAS68 แล้วว่า จะมีการนำคะแนนอะไรมาใช้พิจารณาการเข้าแพทย์รอบพอร์ตทดแทน BMAT กันบ้าง วันนี้ พี่ๆ ignite จะมาสรุปสถานการณ์ล่าสุดให้ฟัง พร้อมแนวทางการเตรียมตัวเข้าแพทย์รอบพอร์ต TCAS68 กับเวลาเตรียมตัวอีกไม่ถึง 5 เดือนเท่านั้น
ข้อสอบ TBAT สำหรับแพทย์จุฬา
ข้อสอบ TBAT คือ แบบทดสอบทางวิทยาศาสตร์ใน 3 วิชาหลัก ได้แก่ ฟิสิกส์ เคมี และชีววิทยา สำหรับผู้ที่เข้าศึกษาในคณะแพทย์ จุฬา และหลักสูตรนานาชาติอื่น ๆ ซึ่งข้อสอบนี้อาจมีแนวโน้มว่ามหาวิทยาลัยพันธมิตรอื่น ๆ อาจร่วมใช้ด้วย!
ขอแอบเล่าว่าเดิมจุฬาฯ เคยมีประสบการณ์จัดสอบเช่นนี้อยู่แล้ว ย้อนกลับไปในช่วงปี 2553 ทางศูนย์ทดสอบฯ เคยมีการจัดสอบ CU-ATS (Nano) เป็นข้อสอบวิชาฟิสิกส์ เคมี และชีววิทยาเพื่อใช้เข้าคณะวิศวะ นาโนในสมัยนั้น ต่อมาได้กลายเป็นข้อสอบ CU-ATS ที่มีเฉพาะวิชาฟิสิกส์และเคมีในปัจจุบันนั่นเอง (แน่นอนว่าเกินครึ่งคณะก็เป็นรุ่นพี่ ignite ของเรา)
ซึ่งการสอบ TBAT นั้นจะเป็นข้อสอบแบบกระดาษ มีการจัดสอบแบบ Onsite 2 รอบต่อปี และอายุของคะแนนยังสามารถเก็บไว้ได้ถึง 2 ปีอีกด้วย เป็นโอกาสที่ดีมาก ๆ สำหรับน้องที่เริ่มเตรียมตัวไวตั้งแต่ช่วง ม.5
ปัจจุบัน คณะแพทย์จุฬาฯ ได้ออกประกาศ แล้วว่าจะมีการใช้ข้อสอบ TBAT ร่วมกับ CU-AAT จากรอบสอบเดือนตุลาคมเท่านั้น (แม้ว่าตัวข้อสอบจะมีอายุคะแนน 2 ปี) แต่ก็เป็นแนวทางปกติของคณะฯ อยู่แล้ว เช่นเดียวกับสมัยการใช้ BMAT ที่เมื่อก่อนเคยจัดสอบ 2 ครั้งต่อปีเช่นกัน เพราะทางคณะฯ จะนำคะแนนมาใช้ในการจัดลำดับผู้มีสิทธิเข้าสัมภาษณ์ทั้ง 60 คน แต่สำหรับน้องที่สนใจยื่นคณะอื่น ๆ ด้วย รอติดตามประกาศเพิ่มเติมเรื่องการใช้คะแนนจากคณะนั้น ๆ อีกครั้งนึงนะครับ
ข้อสอบ CU-AAT สำหรับแพทย์จุฬา
เมื่อพูดถึง TBAT แล้ว ต้องไม่พลาดพูดถึงข้อสอบ CU-AAT ด้วย เพราะเป็นข้อสอบที่คณะแพทย์ จุฬาฯ ประกาศแล้วว่าจะใช้คะแนนพิจารณาร่วมกัน
ข้อสอบ CU-AAT คือ ข้อสอบที่เน้นวัดความสามารถด้านคณิตศาสตร์ (Maths) และการใช้ภาษา (Verbal) จึงเห็นได้ว่าการมี CU-AAT นั้น จะช่วยทำให้ภาพรวมการใช้คะแนนมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น คล้ายกับการสอบ BMAT หากมองผิวเผินจากชื่อวิชาตัวข้อสอบ CU-AAT อาจดูใกล้เคียงกับข้อสอบ SAT แต่เนื้อหาจริง ๆ ข้อสอบ CU-AAT มีความค่อนข้างยากมากกว่ามาก
แต่ต้องบอกว่าข้อสอบ CU-AAT นี้ ไม่ใช่ข้อสอบใหม่ที่เพิ่งเกิด (และ ignite ก็เปิดสอนมากนานมากกก) แต่คณะต่าง ๆ ในจุฬาฯ และมหาวิทยาลัยร่วมอื่น ๆ มีการใช้เป็นตัวเลือกยื่นคะแนนอยู่แล้ว
สำหรับข้อสอบ CU-AAT นั้นมีการสอบทั้งรูปแบบกระดาษและบนระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งหากน้องเลือกสอบแบบคอมพิวเตอร์จะทราบผลคะแนนทันทีหลังสอบเสร็จ และเช่นเดียวกับข้อสอบ TBAT หากน้องที่ต้องการยื่นเข้าคณะแพทย์ จุฬา จะต้องใช้คะแนนที่มาจากรอบสอบเดือนตุลาคมเท่านั้น (ช่วงเช้าสอบ CU-AAT จากนั้นสอบ TBAT ต่อในช่วงบ่าย) นี่จึงเป็นข้อสอบสำคัญอีก 1 อย่างที่ต้องเตรียม
ข้อสอบ UCAT สำหรับแพทย์ CICM
ทีมแพทย์อินเตอร์ สนใจคณะแพทย์ CICM และคณะแพทย์ในอังกฤษ ห้ามพลาดกับ ข้อสอบ UCAT
ข้อสอบ UCAT คือ ข้อสอบวัดความถนัดทางคลินิกที่มีการใช้ในสหราชอาณาจักร (UK) และมีการจัดสอบมาต่อเนื่องเช่นเดียวกับการสอบ BMAT อยู่แล้ว โดยใน UK มีการใช้คะแนน UCAT ในกลุ่มพันธมิตรคณะแพทย์ (คล้ายกับกสพท.ในประเทศไทย) ซึ่งภายหลังการประกาศยกเลิก BMAT คณะแพทย์ที่เคยใช้คะแนน BMAT ก็เปลี่ยนมาใช้คะแนน UCAT ทดแทน ทำให้ปัจจุบันมีคณะแพทย์ที่สามารถใช้ยื่นได้มากกว่า 40 แห่งใน UK และนานาชาติ
สำหรับในประเทศไทย ปัจจุบันคณะแพทย์ CICM ได้ประกาศเป็น Official Partner University กับทาง UCAT เรียบร้อยแล้ว และมีประกาศทางการจากคณะฯ ในการใช้คะแนน UCAT ทดแทน BMAT เพื่อให้น้อง ๆ TCAS68 นี้ได้เริ่มเตรียมตัว ใครที่สนใจอยากเข้าคณะแพทย์ CICM ทั้ง 3 โครงการ และแพทย์ UK ก็สามารถเริ่มเตรียมตัวกับพี่กั๊ก และพี่ภัทร์ได้เลย ครบ จบในคอร์สเดียว อย่าลืมรีบจองสนามสอบด้วยนะ!
ดูประกาศอย่างเป็นทางการได้ที่นี่ >> http://www.cicm.tu.ac.th/News/imagesBanner_files/7ToKOg95.pdf
ข้อสอบ MCAT สำหรับแพทย์ มข. (MDX)
อีกหนึ่งข้อสอบจากต่างประเทศที่ปัจจุบันคณะแพทย์ มข.ประกาศใช้คัดเลือกของโครงการผู้มีความรู้ความสามารถพิเศษทางวิชาการและภาษาอังกฤษจากทั่วประเทศ หรือ MED KKU MDX ซึ่งเปิดรับน้อง ๆ ที่อยู่นอกพื้นที่ภาคอีสานและสนใจอยากศึกษาต่อในคณะแพทย์ มข.
ขอเล่าก่อนว่า ข้อสอบ MCAT คือ ข้อสอบเพื่อวัดความรู้และทักษะที่จำเป็นสำหรับการเรียนแพทย์ในสหรัฐอเมริกา (US) และแคนาดา ซึ่งโดยปกติแล้วการเข้าศึกษาต่อคณะแพทย์ใน US จะต้องเป็นผู้ที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรีแล้ว (และต้องผ่านการเรียนวิชา Pre-Med Coursework เช่น เคมี ชีวะ ฟิสิกส์ มาก่อน) ดังนั้น ข้อสอบ MCAT จึงออกแบบมาวัดความรู้และทักษะที่อยู่ในระดับมหาวิทยาลัยและมีความยากกว่าเนื้อหาระดับม.ปลาย ซึ่งต้องใช้เวลาสอบกว่า 7 ชั่วโมงเลยทีเดียว
ปัจจุบันนอกจากคณะแพทย์ มข. (โครงการ MDX) ที่มีการใช้คะแนน MCAT แล้ว ยังมีหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต (หลักสูตรนานาชาติ) ของจุฬาฯ หรือ CU-MEDi ใช้คะแนน MCAT ในการพิจารณาอีกด้วย แต่ต้องบอกก่อนว่าโปรแกรม CU-MEDi เป็นหลักสูตรสำหรับผู้ที่จบป.ตรี และต้องการศึกษาต่อคณะแพทย์ เพิ่มเติมอีกใบเท่านั้น ไม่ใช่หลักสูตรสำหรับนักเรียนม.ปลาย
แต่น้อง IGNITER ที่เรียนคอร์ส TBAT, CU-AAT, UCAT อยู่แล้ว และสนใจอยากเตรียมตัวสอบ MCAT เพิ่มเติม พี่ๆ ครู ignite ขอจัดติวฟรี MCAT480 ช่วยน้องๆ รีวิวเนื้อหาและต่อยอดการเตรียมตัวก่อนสอบ MCAT และแนะนำแหล่งศึกษาเพิ่มเติม สามารถ สมัครได้ที่นี่ เลยครับ
แต่ในการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดทั้งมวลที่เกิดขึ้นนี้ ต้องบอกว่าใครที่สอบ BMAT ปี 2023 ไว้ ถือว่าเดินถูกทางมากๆ เพราะทางคณะแพทย์ มข. ยังเปิดให้ยื่นคะแนนได้ใน TCAS68 นี้อีกด้วย สามารถดูเกณฑ์คะแนนจากประกาศทางการได้เลยครับ
ข้อสอบ NETSAT สำหรับแพทย์ มข. (MD02)
ต้องบอกว่าเป็นโอกาสทองมาก ๆ ของน้องในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ภาคอีสาน) เพราะทางคณะแพทย์ มข. ได้มีการประกาศใช้คะแนน NETSAT สำหรับน้องโครงการผู้มีความรู้ความสามารถพิเศษทางวิชาการและภาษาอังกฤษภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (MD02) ซึ่งมีจำนวนรับกว่า 92 ที่นั่ง และมีหลักสูตรแพทย์ 2 ปริญญาให้เลือกอีกด้วย
ข้อสอบ NETSAT คือ ข้อสอบคล้ายกับการสอบ SAT Subject Test ในสมัยก่อนที่ถูกได้ยกเลิกไป แต่เป็นข้อสอบที่ใช้ภาษาไทย! เพียงข้อสอบเดียว (จากที่พี่เล่าทั้งหมดในบทความนี้) ซึ่งน้อง ๆ ที่จะสมัครได้นั้นต้องเป็นนักเรียนชั้นม.5-6 ในโรงเรียนภูมิภาคอีสานเท่านั้น
ที่บอกว่าเป็นโอกาสทอง เพราะน้องสามารถเตรียมตัวพร้อมกับการยื่น TCAS รอบ 2 โควต้าได้เลย ทั้งโครงการ 001, โครงการ CPIRD-Inclusive และหากทางคณะไม่สามารถคัดเลือกน้องในรอบโควต้า (TCAS รอบ 2) ได้ครบตามจำนวน จะมีการเรียกตัวสำรองจากโครงการ MD02 จากใน TCAS รอบ 1 มาเพิ่มเติมอีกด้วย เรียกได้ว่า “แค่เตรียม IELTS เพิ่มตัวเดียว เพิ่มโอกาสเข้าคณะแพทย์ได้อีกกว่า 200 ที่นั่งเลยทีเดียว”
สำหรับใครที่อยากเตรียม IELTS กับทาง ignite พี่ ๆ ได้จัดทั้งคอร์สปูพื้นฐานไปจนถึงตะลุยโจทย์เข้มข้นเอาไว้ให้แล้ว บอกเลยว่าไม่ต้องกังวล เพราะขอแค่น้องได้ Band 6.0 ก็เท่ากับได้คะแนน 12% เต็มในพาร์ทภาษาอังกฤษแล้ว!
ข้อสอบ AKAT สำหรับแพทย์ SWU-NOTT
หรือหากอยากร่วมพูดคุยกับเพื่อนและรุ่นพี่ที่สนใจแพทย์รอบพอร์ต มากกว่า 5,000 คน
ก็มาจอยกันได้ที่ LINE Openchat: https://uqr.to/igniteopenchat
Related Blog & News
ข่าวสารและกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง
-
Blog, Medical TCAS 1 (Portfolio)
ถอดรหัสข้อสอบ BMAT ตาม Specification 2021
สวัสดีครับว่าที่น้องหมอทุกๆ คน สำหรับปีนี้ทาง Cambridge Assessment ได้ประกาศอัพเดท BMAT Specification ปี 2021 มาแล้ว ทางทีมครู ignite ไม่รอช้า ขอมาเล่าสรุปให้น้องๆ ฟังกันครับว่าเป็นอย่างไรบ้าง อย่างไรก็ตาม แอบบอกข่าวดีกับน้องๆ ก่อนครับว่าปีนี้โครงสร้างและหัวข้อที่ออกสอบใน BMAT โดยส่วนใหญ่จะคล้ายคลึงกับ BMAT Specification ปีที่แล้วเลยครับผม และไม่ต้องกังวลไปเลยครับ สำหรับในส่วนที่ต่าง ทางคุณครู ignite ก็จะอัพเดทในคอร์สเรียนของปีนี้ด้วยครับ ทำความรู้จักโครงสร้างข้อสอบ BMAT ก่อนอื่น เรามาทบทวนโครงสร้างข้อสอบ BMAT กันอีกครั้งครับ ข้อสอบ BMAT ยังคงมีทั้งหมด 3 ส่วนใหญ่ๆ ได้แก่ 1. Thinking Skills, 2. Scientific Knowledge and Applications, และ 3. Writing Task โดยแต่ละส่วนจะประเมินผู้เข้าสอบดังนี้ Thinking […]
Comments (0)
-
Blog, Medical TCAS 1 (Portfolio)
การเขียน Reflection คือ?│ สำคัญอย่างไรกับแพทย์รอบพอร์ต
หากใครมีโอกาสได้อ่าน Blog เรื่องการเขียน SOP ที่พี่เคยบอกไว้ว่า “การเขียน SOP ก็เหมือนการเขียนไฮไลท์สำคัญที่ปกหลังของหนังสือ” ที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อและไม่ซื้อหนังสือเล่มนั้นของใครหลายๆ คน แต่สำหรับ การเขียน Reflection นั้น พี่ขอนิยามว่าเป็นการปิดจบบทสรุปของเรื่องราวในหนังสือให้คนดูประทับใจก็แล้วกัน ในเมื่อเราตั้งใจทำทุกขั้นตอนมาเป็นอย่างดีแล้ว วันนี้เรามาเรียนรู้ การเขียน Reflection ให้ผู้อ่านประทับใจกัน การเขียน Reflection คืออะไร? ก่อนอื่นเราไปทำความรู้จักกันก่อนว่า การเขียน Reflection คือ อะไร? หากแปลตรงความหมาย Reflection คือ การสะท้อน หรือการครุ่นคิด ไตร่ตรอง ดังนั้นการเขียน Reflection จึงเป็นการเขียนเพื่อสะท้อนสิ่งที่เราได้เรียนรู้ สิ่งที่คิด สิ่งที่เกิดขึ้น รวมไปถึงผลลัพท์ของสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่เราได้ทำไป เป็นสิ่งที่จะช่วยให้ผู้อื่นเข้าใจว่าเรามีมุมมองหรือแนวคิดต่อสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างไร เป็นสิ่งที่ช่วยสะท้อนมุมมองและตัวตนของน้องๆ และที่สำคัญคือเป็นสิ่งที่คณะกรรมการอยากเห็นมากที่สุดจากน้องๆ ที่ยื่นสมัครเข้ารับการคัดเลือกรอบใน TCAS รอบ 1 หรือรอบ Portfolio […]
Comments (0)
-
Blog, SAT Reading and Writing, SAT
แชร์เทคนิคพิชิตข้อสอบ SAT Reading and Writing ประเภท Vocabulary in Context
สวัสดีครับน้องๆ ทุกคน เป็นอย่างไรกันบ้างเอ่ย เตรียมตัวในการสอบ SAT ไปถึงไหนกันแล้วบ้างครับ หลายๆ คนคงเริ่มเรียนและฝึกฝนทำโจทย์ SAT กันอยู่เพื่อพิชิตคณะในฝัน วันนี้พี่แพททริคจึงขอมาให้กำลังใจพร้อมทั้งแชร์เทคนิคพิชิต ข้อสอบ SAT Reading and Writing กันครับ น้องๆ รู้มั้ยเอ่ยว่าข้อสอบประเภท Vocabulary in Context เนี่ย ก็เป็นข้อสอบอีกประเภทหนึ่งที่มีความสำคัญมากๆ และสามารถช่วยเราเพิ่มคะแนนสอบได้ เพราะว่ามีข้อสอบประเภทนี้ถึง 8-9 ข้อต่อชุด (อ้างอิงจาก Official SAT Practice Tests ชุดที่ 8-9 โดย College Board) นับว่าเกือบจะเป็น 20 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนข้อสอบทั้งหมดเลยทีเดียว (ข้อสอบพาร์ท Reading มีทั้งหมด 52 ข้อ) ดังนั้น หากน้องๆ สามารถเก็บคะแนนในส่วนนี้ได้ทั้งหมด โอกาสในการพิชิต Perfect Score ก็จะเพิ่มขึ้นด้วยครับ หลังจากรู้ถึงความสำคัญที่จะต้องพิชิตข้อสอบ Vocabulary […]
Comments (0)
-
Blog, CU-ATS/CU-AAT, SAT Subject Tests
เทียบช็อต ต่อ ช็อต CU-ATS กับ SAT Subject Tests แตกต่างกันอย่างไรบ้าง?
สวัสดีครับน้องๆ บทความนี้พี่ก๊อฟหยิบยกประเด็นร้อนมาแชร์ให้น้องๆ อ่านกันเลยครับว่า เมื่อ SAT Subject Tests ยกเลิกรอบสอบ ทำให้ทั้งปี 2021 จะเหลือรอบสอบเพียง 2 รอบสุดท้ายเท่านั้น คือ 8 พ.ค. และ 5 มิ.ย. น้องๆ หลายคนที่กำลังเตรียมตัวเข้า ISE และ BSAC จุฬาฯ จึงต่างหันมาเลือกสอบ CU-ATS ซึ่งก็เป็นอีก 1 ใน Requirements ของ 2 คณะนี้ วันนี้พี่ก๊อฟเลยขอมาเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างข้อสอบ CU-ATS และ SAT Subject Tests แบบเจาะลึกทุกแง่มุมไปเลยครับ ทำความรู้จักข้อสอบ CU-ATS vs SAT Subject Tests ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักทั้ง 2 ข้อสอบนี้กันดีกว่า […]
Comments (0)
Comments