ข้อสอบเข้าโรงเรียนสาธิตนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล (MUIDS) และวิธีการเตรียมตัว จากปากน้องๆ MUIDS ตัวจริงเสียงจริง

         สวัสดีคร้าบบ ช่วงนี้น้องๆที่อยากสอบเข้าโรงเรียนสาธิตนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล (Mahidol University International Demonstration School หรือ MUIDS) ถามกันเข้ามาเยอะเลยว่าข้อสอบที่ใช้ในการสอบเข้ายากไหม ออกอะไรบ้าง แล้วต้องเตรียมตัวสอบยังไง วันนี้พี่เลยชวนรุ่นพี่ MUIDS ตัวจริงเสียงจริงมานั่งคุยกันเลยว่าที่เคยสอบมานั้นมันเป็นยังไงบ้าง ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันเลยครับ

 

Q: เชิญน้องๆแนะนำตัวกันหน่อยครับ

น้องแพรนวล : ชื่อแพรนวลค่ะ ตอนนี้อยู่ Grade 10 นักเรียนโรงเรียน MUIDS รุ่นที่ 6 ค่ะ ปีหน้าแพรเป็น Student Government ตำแหน่ง Communication Director ค่ะ

น้องมุ้ย : ชื่อมุ้ยค่ะ ศิษย์เก่า MUIDS รุ่นที่ 3 ค่ะ ตอนนี้เรียนอยู่ปี 1 ที่คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ค่ะ

 

Q: เหตุผลที่น้องๆสนใจมาสอบเข้าโรงเรียนนี้คืออะไรครับ

น้องแพรนวล : แพรมาจากโรงเรียนไทยค่ะ แต่สนใจเรียนต่อต่างประเทศ พอดีเป็นลูกสาวคนเดียว คุณแม่เป็นห่วง ไม่อยากให้ไปต่างประเทศคนเดียว คุณแม่เลยเสนอโรงเรียนนานาชาติในไทย ซึ่งแพรไปดูแล้วก็โอเค ตัดสินใจไม่ผิดเลยค่ะ แพรชอบโรงเรียนนี้ตรงที่ครูสอนแบบ Practical Learning แล้วก็สังคมในโรงเรียนนี้ที่ไม่ไทยจ๋ามาก และไม่ได้อังกฤษจ๋าเกินไปค่ะ

น้องมุ้ย : ตอนแรกมุ้ยอยากเรียนต่อมหาลัยที่ MUIC ค่ะ เคยทราบมาว่า MUIDS เป็น pathway ในการเข้า MUIC ถ้าอยู่ MUIDS ได้ก็เข้า MUIC ได้แน่ค่ะ แต่พอเข้าไปเรียนจริงๆ มุ้ยได้ทำแล็บเยอะมาก เหมือนได้เปิดโลก ได้เจอทางที่เราชอบ ก็เลยอยากเข้าทันตแพทย์แทนค่ะ

 

Q: ก่อนสอบเข้า เราได้เตรียมตัวอย่างไรบ้างครับ

น้องแพรนวล : ในชีวิตประจำวัน แพรดู Netflix และใช้ภาษาอังกฤษอยู่แล้วค่ะ เลยรู้สึกคุ้นเคยกับภาษาอังกฤษ แพรจะเน้นติวไปที่การเขียน Essay Writing ค่ะ โดยไปเรียนเพิ่มเอานิดหน่อย ให้รู้หลักการเขียนและฝึกเขียนเยอะๆค่ะ

น้องมุ้ย : ตอนแรกมุ้ยไม่รู้จักเลยว่า TOEFL คืออะไร รู้จักแต่ IELTS ซึ่งข้อสอบเป็นคนละแบบกันเลยนะคะ เลยไปเรียนเสริมข้อสอบ TOEFL เพื่อให้พอรู้แนวข้อสอบ และ เรียนการเขียน Essay Writing เพิ่มเติมเหมือนกันค่ะ

 

Q: ข้อสอบที่ใช้ในการสอบเข้า MUIDS แต่ละพาร์ทออกอะไรบ้างครับ

TOEFL ITP

น้องแพรนวล : TOEFL ITP เป็นข้อสอบพาร์ทแรกที่น้องๆ จะเจอค่ะ แพรเตรียมตัวโดยการฝึกทำข้อสอบ Error ให้เยอะค่ะ และในพาร์ท Reading ก็ควรมีเทคนิคในการอ่านจับใจความให้เร็ว เพราะเวลามีจำกัดมากค่ะ

น้องมุ้ย : ก่อนอื่นเลยเราต้องรู้ว่าข้อสอบ TOEFL มีกี่พาร์ท แต่ละพาร์ทเป็นยังไง มีกี่ข้อ จะได้วางแผนในการทำข้อสอบได้ถูกค่ะ หลังจากนั้นก็ฝึกฝนทำข้อสอบเยอะๆ เลยค่ะ

ESSAY WRITING

น้องแพรนวล : ในข้อสอบ Writing จะให้หัวข้อมา 3 topics แล้วให้เราเลือกเขียนเพียงเรื่องเดียวค่ะ ตอนที่หนูเขียนหนูเลือกหัวข้อการให้ความเห็นเกี่ยวกับหัวข้อ “Face-to-face is better than writing” ค่ะ ต้องเริ่มจากการเขียน Outline ก่อนค่ะ และอีกเรื่องที่จะทำให้คะแนนดีขึ้น คือ การใช้ Transition Word เยอะๆค่ะ

น้องมุ้ย : มุ้ยเขียนแสดงความเห็นว่า เห็นด้วยไหมกับการทิ้งหมาแมวข้างถนนค่ะ เท่าที่เห็นหัวข้อส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องสิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัวนะคะ เป็นเหตุการณ์ที่เราอาจจะเจอได้ทั่วๆ ไปค่ะ

MAP TEST (MATH+READING)

น้องแพรนวล : ข้อสอบพาร์ทนี้ทำในคอมพิวเตอร์ค่ะ จำนวนข้อของแต่ละคนจะไม่เท่ากัน ถ้าน้องทำไปแล้วผิด ข้อถัดไปจะง่ายลง แต่ถ้าทำถูก ข้อถัดไปจะยากขึ้นค่ะ ส่วนที่ยากของข้อสอบ Part นี้น่าจะเป็นบางเรื่องที่นำมาออกข้อสอบ โดยเราอาจไม่มีความถนัดทางด้านนั้นมาก่อนค่ะ สำหรับแพรเองไม่ได้อ่าน poem ไป แต่ข้อสอบออก poem เยอะมาก  แต่การที่เราทำ poem ไม่ได้เลยก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะสอบ MAP Test ไม่ผ่านนะคะ

น้องมุ้ย : สำหรับน้องๆ ที่มาจากโรงเรียนไทย วิชาเลขน่าจะง่ายกว่า Reading  แต่สำหรับเด็กอินเตอร์ อังกฤษน่าจะง่ายกว่าค่ะ แต่ถ้าเตรียมตัวมาดีๆ น้องๆ ก็ทำได้แน่นอนค่ะ ในส่วนของเลข บางข้อจะมีเครื่องคิดเลขขึ้นมาให้กดในคอม ในข้อที่เขาเห็นว่าสมควรต้องใช้เครื่องคิดเลขค่ะ

INTERVIEW

น้องมุ้ย : รุ่นมุ้ย การสัมภาษณ์ เริ่มจากแนะนำตัว จะมีฉลากให้จับและให้พูดเกี่ยวกับ topic ที่จับได้นั้น แล้วถามสิ่งที่สงสัยต่อจากที่พูด ตัวหนูเองได้หัวข้อกีฬา คุยกันทั้งหมดประมาณ 15 นาทีค่ะ

น้องแพรนวล : รุ่นแพรไม่มีจับฉลาก ถามไปเรื่อยๆจากเรื่องที่ถามตอนแรก  ถามสิ่งที่ต้องใช้ความคิด เช่น แพรได้คำถามว่าคิดว่าการใช้โทรศัพท์ในโรงเรียนควรโดนแบน หรือเปล่า คนสัมภาษณ์จะถามต่อว่าโทรศัพท์เยอะไหม ใช้ทำอะไรบ้าง  คิดว่าการใช้โทรศัพท์นั้นสำคัญไหม ใช้เวลาคุยทั้งหมดประมาณ 5 นาที แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าห้องไหนครูจะถามอะไร และใช้เวลานานเท่าไรค่ะ

 

Q: ตอนสอบเข้า MUIDS ข้อสอบ PART ไหนที่เราคิดว่ายากที่สุดครับ

น้องแพรนวล : แพรคิดว่า Reading ใน TOEFL ยากที่สุดค่ะ เพราะ passage ในข้อสอบยาวมาก กว่าจะตอบคำถามได้คือต้องอ่านทั้ง passage ให้จบก่อนค่ะ และเวลาน้อยมากๆด้วย ปัญหาส่วนใหญ่คือทำไม่ทันค่ะ แถมตอนอยู่ในห้องสอบจริง อาจจะเจอสภาพแวดล้อมไม่คาดฝัน เช่น หนูเจอคนที่เล่นรองเท้าตลอดเวลา แล้วมีเสียงรบกวน หรือคนที่ไม่ได้ตั้งใจมาสอบจริงๆ หลับอยู่บนโต๊ะ เราเลยคิดไปเองว่า เค้าทำข้อสอบเสร็จนานแล้วหรือเปล่า ทำให้เรากดดันตัวเองมากขึ้นไปอีกค่ะ

น้องมุ้ย : คิดว่า Reading เหมือนกันค่ะ เพราะเป็นพาร์ทสุดท้าย เหมือนเราได้รับความกดดันจากพาร์ทอื่นมาด้วย และ  passage นึงยาวมากค่ะ คำศัพท์เยอะมากด้วย

 

Q: ในฐานะที่เคยผ่านการทำข้อสอบมาแล้ว คิดว่าจะมีอะไรที่ช่วยให้เราทำข้อสอบได้ดีขึ้นบ้างครับ

น้องแพรนวล : แพรคิดว่าการทำ Mock Exam หรือฝึกทำข้อสอบบ่อยๆ ทำให้เราทำข้อสอบภายใต้ความกดดัน ได้ดีมากขึ้น และพอถึงวันสอบจริง เราจะได้ชินกับมันค่ะ

น้องมุ้ย : ถ้าเราทำ Mock Exam จะช่วยได้เยอะเลยค่ะ เพราะมันจะทำให้เรารู้ข้อผิดพลาดของเราเอง แล้วหลังจากนั้นเราก็ไปแก้ไขจุดอ่อนของตัวเอง ถ้าเรารู้ข้อผิดพลาดก่อนวันสอบจริง เราจะได้ไม่ไปทำแบบนั้นในห้องสอบอีกค่ะ

 

Q: ความรู้สึกตอนประกาศผลเป็นอย่างไรบ้างครับ

น้องแพรนวล : ตอนมอบตัว เค้าจะบอกคะแนนด้วย ซึ่งจะเป็นตัวตัดสินว่าเราต้องเรียนหรือไม่เรียนซัมเมอร์ ของแพรไม่จำเป็นต้องเรียนค่ะ แต่แพรอยากเรียนเอง เพราะอยากรู้ว่าจะเข้าสังคมได้หรือเปล่า จะเรียนไหวไหม โดยเรียน Reading , Writing และ Math เป็นเวลา 3 อาทิตย์ค่ะ

 

Q: พอเข้าไปเรียนใน MUIDS จริงๆแล้ว สังคมที่นี่เป็นอย่างไรบ้างครับ

น้องแพรนวล : ทุกคนมีความหลากหลายมากค่ะ แพรเจอน้องคนนึงอยากเป็นทูต อีกคนอยากเป็นมัณฑนากร ซึ่งแต่ละอย่างเป็นอาชีพที่ว้าวมากค่ะ ตอนอยู่โรงเรียนไทย หนูเคยถามคำถามอาจารย์ซึ่งขัดกับที่เรียนมา อาจารย์ถามว่าทำไมไม่เชื่ออาจารย์ ในขณะเดียวกันพอมาอยู่โรงเรียนนี้ ถามในแบบเดียวกัน อาจารย์ก็ให้มา discuss กัน หรือ หา research ใหม่ๆ ขึ้นมาให้ดู เอามาเป็นความรู้ในห้อง แชร์กับนักเรียนค่ะ

น้องมุ้ย : ใช่ค่ะ ครูจะอัพเดทข้อมูลใหม่ๆตลอดเวลา เอาเรื่องนู้นเรื่องนี้มาเล่า สอนในห้องสนุกมากค่ะ  โดยอาจารย์ส่วนใหญ่เป็นอเมริกันค่ะ

 

Q: สิ่งที่น้องชอบในโรงเรียนมากที่สุดคืออะไรครับ

น้องแพรนวล : แพรรู้สึกว่า MUIDS เป็นโรงเรียนที่สร้างขึ้นมาจากการปฏิรูปการศึกษา สอนไม่เหมือนที่อื่นๆ หลักๆ ที่แพรชอบคือ การสอนเป็นแบบ Practical Learning แพรมาโรงเรียนแบบไม่รู้สึกว่าเหมือนมาโรงเรียน แต่จริงๆ เราได้เรียนรู้ไปแล้วเยอะมากแบบไม่รู้ตัวเลยค่ะ โดยผ่านกิจกรรมที่ครูจัดมาให้ มีความรู้สึกว่าตื่นเช้าแล้วอยากไปโรงเรียนทุกวัน ถึง ไม่สบายก็จะขอแม่ไปโรงเรียนค่ะ

น้องมุ้ย : มุ้ยชอบที่โรงเรียนจัดกิจกรรมให้เยอะมาก เราจะทำกิจกรรมร่วมกันเป็นกลุ่ม โดยแบ่งเป็น House ค่ะ คนใน House จะสนิทกัน เพราะทำกิจกรรมด้วยกันเยอะมาก เช่น กีฬาสี  มันทำให้เราได้เจอคนหลากหลาย  รู้จักคนเยอะ รู้จักรุ่นพี่ทุกรุ่นและรักกันมาก เหมือนเป็น Community เล็กๆที่อบอุ่นมาก และสังคมในโรงเรียนด้านในก็ปกติเลย ไม่ได้ไฮโซและเข้าถึงยากอย่างที่ทุกคนเข้าใจค่ะ

 

Q: สุดท้าย อยากฝากอะไรถึงรุ่นน้องที่กำลังเตรียมตัวสอบเข้าบ้างครับ

น้องแพรนวล, น้องมุ้ย : ไม่อยากให้น้องๆ เครียดจนเกินไป วิชาภาษาอังกฤษ อยากให้น้องๆ หาวิธีที่จะใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน ใช้ให้เป็นธรรมชาติของตัวเอง อย่าง Listening  น้องๆ ก็อาจฝึกได้จากหนัง Netflix ฝึกฟังไปเรื่อยๆ เพราะในข้อสอบจริงสำเนียงฟังไม่ยากค่ะ  พวกข้อสอบ Error  ก็ซื้อหนังสือมาฝึกทำ  ที่สำคัญคือขอให้น้องมีสติ มีสมาธิในวันสอบจริง สำคัญที่สุดค่ะ ขอให้น้องๆ ทุกคนโชคดีค่ะ หวังว่าจะได้เจอกันนะคะ

 

กลับไปอ่านเกณฑ์คะแนนที่ใช้ในการสอบเข้า >>  https://www.ignitebyondemand.com/get-to-know-muids-and-how-to-prepare-ourselves/

         เป็นไงกันบ้างครับน้องๆ พออ่านกันแล้วก็รู้เลยว่าหากใครอยากเข้าโรงเรียนนี้ ไม่เกินความสามารถของน้องๆ อย่างแน่นอนครับ แต่ที่สำคัญที่สุดคือน้องๆต้องตั้งใจและมีการเตรียมตัวที่ดี เพื่อรับมือกับข้อสอบครับ วันนี้พี่แอดมินมีคอร์สมาเป็นตัวช่วยให้น้องๆ ในการเตรียมตัวสอบเข้า MUIDS ครับ หากน้องคนใดสนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ Line@ : @ignitebyondemand ได้เลยนะครับผม

Shop online

Related Blog & News

ข่าวสารและกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง

Comments

Comment Write a comment...