IELTS คือ? ทำความรู้จักกับประตูสู่การศึกษาภาคอินเตอร์
IELTS คืออะไร ? ทำความรู้จักกับประตูสู่การศึกษาภาคอินเตอร์
สวัสดีครับ น้องๆ คงเคยได้ยินใครต่อใครพูดถึง “ข้อสอบ IELTS” ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ต่างก็บอกว่าจะไปสอบ IELTS ! แล้วสงสัยกันไหมว่าข้อสอบ IELTS คืออะไร ? ทำไมคนส่วนใหญ่จึงเลือกสอบ IELTS แน่นอนครับ วันนี้พี่แอดมินขอมารวบรวมข้อมูลดีๆ เกี่ยวกับการสอบ IELTS ให้น้องๆ ได้ทำความรู้จักกับประตูสู่การศึกษาภาคอินเตอร์ ที่พี่แนะนำเลยว่า ถ้าน้องๆ คนไหนที่จะเรียนต่อเข้าระดับมหาวิทยาลัยในหลักสูตรนานาชาติ ควรสอบเพื่อเก็บคะแนน IELTS ไว้นะครับ งั้นเรามาทำความรู้จักกับข้อสอบ IELTS กันครับถ้าน้องๆ พร้อมแล้ว เราไปดูกันเลยยย…
IELTS คืออะไร ?
IELTS (International English Language Testing System) คือ ข้อสอบวัดความสามารถทางภาษาอังกฤษ ที่ใช้ประเมินความสามารถทางภาษาอังกฤษของผู้สมัคร ที่ต้องการเรียนหรือทำงาน โดยใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักในการสื่อสาร
IELTS คือ ข้อสอบที่ตรงตามมาตรฐานสากล ครอบคลุมทักษะภาษาอังกฤษด้านการฟัง การอ่าน การเขียนและการพูด โดยผลสอบ IELTS นั้นเป็นที่ยอมรับจากองค์กรทั่วโลกทำให้ผู้สมัครการทดสอบ IELTS สามารถนำผลการประเมินยื่นเข้าเรียนหรือทำงานได้ทั่วทุกมุมโลก
รูปแบบข้อสอบ IELTS
รูปแบบข้อสอบ IELTS แบ่งออกเป็น 2 ประเภท
1. IELTS Academic ใช้สำหรับยื่นศึกษาต่อ เป็นการทดสอบทักษะของผู้สมัคร ว่ามีความสามารถด้านภาษาอังกฤษ เหมาะสมสำหรับการศึกษาต่อในหน่วยงานการศึกษา ที่มีการใช้ภาษาอังกฤษในการเรียนการสอนเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นในระดับ ปริญญาตรี ปริญญาโทและปริญาเอก
2. IELTS General Training ใช้สำหรับยื่น Visa หรือใช้เป็นใบผ่านทางในการยื่นทำงานในองค์กรต่างประเทศ เหมาะสำหรับผู้ที่วางแผนไปอบรบ ศึกษาต่อหรือผู้ที่ต้องการประกอบอาชีพต่างๆในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก ซึ่งข้อสอบประเภทนี้จะวัดความสามารถภาษาอังกฤษของผู้สมัครในระดับพื้นฐาน
เนื้อหาข้อสอบ IELTS
ข้อสอบ IELTS ประกอบด้วย
IELTS คือ การวัดทักษะภาษาอังกฤษ 4 ด้านประกอบด้วยการฟัง การอ่าน การเขียนและการพูด โดยรายละเอียดการสอบในแต่ละด้าน มีดังนี้
1. ข้อสอบ Listening ประกอบด้วยคำถาม 40 ข้อ มีเวลา 30 นาทีในการทำ ผู้สอบต้องฟังเนื้อเรื่องจากเครื่องเล่น CD ซึ่งเนื้อหาจะประกอบด้วยการสนทนาและบทพูด รวมทั้งการออกเสียง ผู้สอบจะได้ฟังเทปเพียงครั้งเดียวเท่านั้น แต่จะมีเวลาให้อ่านคำถามและเขียนคำตอบ และในช่วงท้ายจะมีเวลาให้เขียนและตรวจสอบความถูกต้องของคำตอบอีก 10 นาที
2. ข้อสอบ Reading ประกอบด้วย 3 บทความและคำถามจำนวน 40 ข้อ มีเวลาในการทำ 60 นาทีมีเนื้อเรื่องให้อ่าน 3 บทความและคำถามที่ต้องปฎิบัติตาม ซึ่งเนื้อหาจะมาจากเรื่องทั่วไปในสังคม ไม่ได้เจาะจงเฉพาะทางใดทางหนึ่ง ซึ่งพาร์ทนี้จะมีเวลาเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณข้อละ 5 นาที
3. ข้อสอบ Writing ประกอบด้วย 2 ส่วน มีเวลาให้ 60 นาที คือ Writing Task I การเขียนในลักษณะอธิบายข้อมูลที่ให้มาในรูปแบบกราฟ ตาราง แผนผัง เราจะต้องมีการเปรียบเทียบข้อมูลต่างๆและต้องเขียนอย่างน้อย 150 คำเป็นอย่างต่ำ และ Writing Task II เป็นการเขียนเรียงความหรือรายงานอย่างเป็นทางการ การแสดงความคิดเห็น การหาทางออกของปัญหาหรือวิจารณ์หัวข้อที่ให้มา โดยต้องเขียนอย่างน้อย 250 คำ
4. ข้อสอบ Speaking แบ่งออกเป็น 3 ช่วง ใช้เวลา 11 – 14 นาที แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ส่วนแรกเป็นการพูดคุยเรื่องทั่วๆ ไป การใช้ชีวิตประจำวัน ส่วนที่สอง กรรมการจะมีเวลาให้เตรียมตัวก่อนพูด 1 นาที โดยจะมีบัตรคำถามมาให้และจะให้เราพูดคนเดียวประมาณ 2 นาที และส่วนสุดท้ายจะมีลักษณะคล้ายกับการพูดโต้ตอบกันในหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับส่วนที่สอง
ระดับคะแนน IELTS
- คะแนน IELTS แบ่งออกเป็น 9 ระดับ โดยเรียงลำดับจากระดับ 1 – 9
- ระดับที่ 1 คือผู้เข้ารับการทดสอบที่ได้คะแนนในระดับที่ไม่สามารถใช้ภาษาอังกฤษได้เลย ส่วนระดับที่ 9 คือ ผู้ที่สามารถใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างเหมาะสม ถูกต้อง และมีประสิทธิภาพได้ใกล้เคียงกับเจ้าของภาษา
ศูนย์สอบ IELTS
การสอบ IELTS มีสนามสอบ ให้ผู้สมัครเลือกได้ตามความสะดวกใน 5 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ขอนแก่น หาดใหญ่ และนครราชสีมา
ค่าสมัครสอบ IELTS
- การสอบ IELTS Paper-Based Test ค่าธรรมเนียมราคา 6,900 บาท
- การสอบ IELTS Computer-Delivered Test ค่าธรรมเนียมราคา 7,500 บาท
เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับข้อมูลการสอบ IELTS ที่พี่นำมาฝากน้องๆ เรียกว่าเป็นข้อสอบวัดความสามารถภาษาอังกฤษที่ทั่วโลกยอมรับ ซึ่งถือว่าเป็นประตูสู่การเรียนภาคอินเตอร์อย่างแท้จริงเลยนะครับ และสำหรับใครที่อยากศึกษาเทคนิคการสอบข้อสอบ IELTS ให้ได้คะแนนตามที่หวัง ห้ามพลาดกับบทความจาก ignite ที่พี่คัดสรรความรู้ดีๆ มาให้น้องได้อ่านกันนะครับ คลิกเลย >> https://www.ignitebyondemand.com/category/ielts/
Courses IELTS ในระบบ Learn Anywhere เรียน Online ที่ไหน เมื่อไหร่ ก็เรียนได้
ใหม่ล่าสุด! กับคอร์ส IELTS ในระบบ Learn Anywhere ที่พร้อมเสิร์ฟให้น้องๆ ทุกคนเข้าถึงบทเรียนได้ เพียงมี Mobile, iPad, iMac, Notebook หรือ PC ก็สามารถเข้าถึงบทเรียนได้ถ้ามี Internet เพื่อให้น้องๆ สามารถเรียน Online ที่ไหน เมื่อไหร่ก็เรียนได้ กับ ดร.พี่กั๊กและพี่แพททริค oxford พร้อมทุกคอร์ส Versions ล่าสุด!
สามารถดูรายละเอียดคอร์สเรียน IELTS เพิ่มเติมได้ที่ >> https://www.ignitebyondemand.com/our-courses/ielts/
ดูรายละเอียดคอร์สเรียนในระบบ Learn Anywhere ทั้งหมดได้ที่ >> https://www.ignitebyondemand.com/platform-anywhere/
Related Blog & News
ข่าวสารและกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง
-
Blog, Medical TCAS 1 (Portfolio)
รีวิวสอบเข้าแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รอบ Portfolio กับโอกาสในการเป็นหมอของชาวเหนือจากน้องฟร๊อก สาธิตมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
สำหรับใครที่สนใจเรียนคณะแพทย์ พี่มีข้อมูลดีๆ ของคณะแพทย์ จากอีกหนึ่งมหาวิทยาลัยคุณภาพมาฝากนั่นก็คือ……คณะแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ครับ !!! ซึ่งการสอบเข้า คณะแพทย์ มช. เนี่ย สามารถเลือกสอบเข้าได้หลายวิธีเลย แต่วันนี้พี่แอดมินขอพาน้องฟร๊อก รุ่นพี่ ignite ที่สอบติดแพทย์มช. ที่เลือกสอบเข้า ด้วยโครงการเรียนดีภาษาอังกฤษ ใน TCAS รอบ1 ปีล่าสุด มารีวิวการสอบเข้าเพื่อให้น้องๆ ใช้เป็นแนวทางการเตรียมตัวได้อย่างถูกต้องนะครับ…แต่ก่อนอื่นเรามาดู Requirement ของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โครงการนี้กันดีกว่าว่าต้องใช้อะไรในการยื่นบ้าง Requirements คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โครงการเรียนดีภาษาอังกฤษ คุณสมบัติของผู้สมัครและคะแนนที่ใช้ยื่น มีผลสอบความสามารถทางภาษาอังกฤษ– โรงเรียนไทย TOEFL (iBT) ≥ 79 หรือ IELTS ≥ 6.5– โรงเรียนนานาชาติ TOEFL (iBT) ≥ 100 หรือ IELTS (Academic) ≥ 7 […]
Comments (0)
-
Blog
ไขข้อสงสัย ความแตกต่างระหว่างหลักสูตร A-Level, IB, AP ในระบบการศึกษาแบบนานาชาติ
ในยุคที่โรงเรียนนานาชาติในไทยพากันผุดเป็นดอกเห็ด บรรดาผู้ปกครองและน้องๆ ก็อาจจะสับสนกับระบบและหลักสูตรต่างๆ ของ โรงเรียนนานาชาติในประเทศไทย ทำไมคนนั้นเรียน A-Level แล้ว ระบบ IB ละคืออะไร ทำไมบางโรงเรียนถึงเลือกได้ทั้งสองแบบ ในขณะที่บางโรงเรียนมีแค่ AP แล้วต้องสอบ SAT ด้วย ?? วันนี้พี่เอมี่และพี่แทนจะมาเล่าให้ฟังคร่าวๆ เกี่ยวกับความต่างของแต่ระบบวิชาในโรงเรียนกันค่ะ โดยหลักสูตรที่ popular ที่สุดในประเทศไทยคงจะหนีไม่พ้นหลักสูตรอังกฤษ ตามด้วยหลักสูตรอเมริกัน และ หลักสูตร IB ตามลำดับ ความแตกต่างระหว่างระบบการศึกษานานาชาติ หลักสูตรอังกฤษ – หลักสูตรอเมริกัน – หลักสูตร IB พอจะเห็นภาพความแตกต่างของระบบการศึกษาต่างๆ กันแล้วใช่ไหมคะ ทั้งนี้ทั้งนั้นผู้ปกครองที่กำลังเลือกโรงเรียนให้บุตรหลาน หรือน้องๆ ที่กำลังศึกษาอยู่ในระบบโรงเรียนนานาชาติต่างๆ ควรจะศึกษาหลักสูตรที่เหมาะกับความถนัดและความต้องการในการเรียนต่อในอนาคตมากที่สุดค่ะ […]
Comments (0)
-
Blog, SAT
รวมคำถามที่พบบ่อย การสมัครสอบ SAT ปี 2021
สวัสดีครับวันนี้พี่แอดมินพาพี่ภัทร์และพี่ข้าว #กูรูSAT มาเคลียร์ข้อสงสัยใน การสมัครสอบ SAT แบบใหม่ ที่จะใช้ตั้งแต่ปี 2021 เป็นต้นไป เพื่อไม่ให้น้องๆ กังวลในการสมัครสอบ พวกเราเลยขอรวบรวมคำถามและปัญหาที่พบบ่อยๆ ไว้ที่นี่ที่เดียวกันไปเลย…พร้อมแล้วไปดูคำถามแรกสุดฮิตที่เป็นปัญหาของน้องๆ หลายคนจากพี่ภัทร์ กันก่อนเลยว่าเราควรสมัครสอบ SAT ที่ไหนถึงจะไม่โดนยกเลิก สมัครสอบ SAT ที่ไหนถึงจะไม่โดนยกเลิก by พี่ภัทร์ รวมคำถามที่พบบ่อย ในการสมัครสอบ SAT ปี 2021 Q : วิธีเปลี่ยนสนามสอบ SAT หลังจากที่สมัครทุกอย่างไปเรียบร้อยแล้ว A : เข้าไปที่ my sat > my registration> เลือกรอบที่ต้องการจะเปลี่ยน > กด I would like to…. > change registration (แต่ตอนนี้เหมือนระบบการเปลี่ยนสนามสอบจะเกิดขัดข้อง น้องๆอาจต้องลอง […]
Comments (0)
-
Blog, Medical TCAS 1 (Portfolio)
เตรียมตัวอย่างไรให้พิชิต BMAT Biology โดย ครูเคนจิ
สวัสดีครับน้องๆ ว่าที่น้องหมอทุกๆ คน พี่เคนจิ สอนวิชา BMAT Biology ให้ครับ ignite by OnDemand อยากมาแชร์เทคนิคที่หลายๆคนสงสัยว่าจะ เตรียมตัวทำข้อสอบ BMAT Biology ยังไง? ให้ทำได้ครบ ทำได้ทัน และมั่นใจในทุกคำตอบ พี่เคนจิ ได้ไกด์แนวทางในการเตรียมตัวให้น้องๆ ไว้แล้วเริ่มอ่านกันได้เลย เทคนิคเตรียมตัวสอบ BMAT Biology โดยครูเคนจิ 1. ทำความเข้าใจ specification ทำความเข้าใจ specification ให้ดีว่าเราต้องรู้อะไรบ้าง เพราะสิ่งที่เราต้องรู้ในแต่ละปีอาจจะเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ใช้ตัว specification เป็น checklist ดูว่าเรารู้ทุกอย่างครบถ้วนดีแล้วหรือยัง ข้อสอบจะชอบออกเนื้อหาใหม่ที่เพิ่งเพิ่มเข้าไป 2. ทำโจทย์ BMAT เยอะๆ ทำโจทย์เยอะ ๆ เพื่อให้คุ้นเคยกับแนวคำถาม เพราะโจทย์ทั้งยาวและชอบดักทางเรา โดยการใช้คำที่มักทำให้ความหมายของประโยคเปลี่ยนอย่างสิ้นเชิง อย่างเช่น only, could be กับ must […]
Comments (0)
Comments