รู้จักโรงเรียนสาธิตนานาชาติพระจอมเกล้า (KMIDS) โรงเรียนนานาชาติสายวิทย์แห่งแรกของประเทศไทย
รู้จัก KMIDS โรงเรียนสาธิตนานาชาติพระจอมเกล้า โรงเรียนนานาชาติสายวิทย์แห่งแรกของประเทศไทย
สวัสดีครับน้องๆทุกคน วันนี้ถ้าพูดถึงโรงเรียนสาธิตแนวหน้าที่เน้นการส่งเสริมให้นักเรียนเป็นผู้นำด้านการสร้างนวัตกรรม หุ่นยนต์และ การเขียนชุดคำสั่งในคอมพิวเตอร์ (Coding) ตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษา ก็คงจะหนีไม่พ้นโรงเรียนสาธิตนานาชาติพระจอมเกล้า หรือ King Mongkut’s Institute of Technology Ladkrabang International Demonstration School (KMIDS) พี่บอกได้เลยว่าโรงเรียนนี้นั้นโดดเด่นในเรื่องวิชาการทางสายวิศวกรรมศาสตร์และวิทยาศาสตร์มากๆ อุปกรณ์และเครื่องมือที่ส่งเสริมการเรียนรู้ก็ทันสมัยและครบครัน อีกทั้งยังเป็นโรงเรียนต้นแบบที่เตรียมความพร้อมนักเรียน เพื่อเข้าศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาในสายวิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และอุตสาหกรรมการบินนานาชาติทั้งในและต่างประเทศ พร้อมทั้งยังมีโควต้าให้นักเรียนสาธิตพระจอมเกล้า มีสิทธิศึกษาต่อในสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังก่อนใครกว่าร้อยที่นั่งในแต่ละปี สำหรับน้องๆ ที่สนใจการเรียนต่อสายนี้ พี่ก็ขอบอกเลยว่า โรงเรียนสาธิตนานาชาติพระจอมเกล้า (KMIDS) ก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจมากๆ เลยครับ เรามาดูกันดีกว่าว่าโรงเรียนนี้มีดีอย่างไรบ้างครับ
- KMIDS เป็นโรงเรียนสาธิตนานาชาติแห่งแรกที่มุ่งเน้นการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี
- Pathway to KMITL คือโครงการพิเศษสำหรับนักเรียนโรงเรียน KMIDS เพื่อเข้าศึกษาต่อที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าคุณทหารลาดกระบัง ประกอบไปด้วยวิชาพื้นฐานที่นักเรียนในระดับมหาวิทยาลัยปีที่ 1 ได้ล่วงหน้าตามความสนใจในแต่ละคณะตามที่กำหนด ได้ตั้งแต่เกรด 11 (หรือชั้น ม.5) และเกรด 12 (หรือชั้น ม.6) โดยนักเรียนได้รับการยกเว้นไม่ต้องเรียนวิชาพื้นฐานที่ได้เลือกเรียนแล้วซ้ำอีกครั้ง ตอนชั้นปีที่ 1
- หลักสูตรการศึกษาของโรงเรียน ใช้หลักสูตรตามระบบของประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งผสมผสานสาระการเรียนรู้ของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานของไทย และหลักสูตรสะตีมศึกษา (STEAM Curriculum)
- จัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning โดยใช้ห้องเรียนอัจฉริยะ Intelligent Smart Classroom มีเครื่องมือและระบบที่ทันสมัย นักเรียนมีส่วนร่วมในการเรียนการสอนรูปแบบใหม่ผ่านอุปกรณ์และเทคโนโลยี เช่น Smart board และ iPad
- มีวิชา AP Courses (Advanced Placement) ให้เลือกเรียน ซึ่งเนื้อหาเป็นระดับมหาวิทยาลัย ใช้เตรียมความพร้อมก่อนการเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยในประเทศสหรัฐอเมริกาและแคนาดา
ADMISSION REQUIREMENT
ในทุกๆปี โรงเรียนสาธิตนานาชาติพระจอมเกล้า (KMIDS) เปิดรับสมัครนักเรียนเข้าศึกษาต่อ 2 ช่วงชั้น ได้แก่ ช่วงชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนเปิดรับสมัครนักเรียนเข้าศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1 และ 2 (Grade 7-8) และ ช่วงชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนเปิดรับสมัครนักเรียน ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 และ 4 (Grade 9-10) โดยในแต่ละปีโรงเรียนจะเปิดรับนักเรียนเข้าศึกษาต่อ 3 รอบด้วยกันครับ สำหรับกำหนดการสอบทั้ง 3 รอบ จะตรงตามตารางด้านล่างนี้เลยครับ
สำหรับน้องๆ คนใดที่มั่นใจแล้วว่าอยากเตรียมความพร้อมตนเอง เพื่อสอบเข้าโรงเรียนสาธิตนานาชาติพระจอมเกล้า (KMIDS) แต่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มจากอะไรก่อนดี อันดับแรกน้องๆ ต้องตรวจสอบคุณสมบัติของตนเองก่อนว่า ตรงตามเงื่อนไขที่โรงเรียนกำหนดหรือไม่ จากนั้นจะต้องทราบประเภทของข้อสอบ ที่โรงเรียนจะจัดสอบก่อนนะครับ โดยคุณสมบัติของผู้สมัคร และประเภทข้อสอบที่โรงเรียนจัดสอบในแต่ละช่วงชั้นมีดังนี้ครับ
- สำหรับผู้สมัครสอบเข้าเรียน Grade 7 จะต้องจบการศึกษาระดับประถมศึกษาปีที่ 6 (หลักสูตรไทย) หรือ Grade 6 (หลักสูตรอเมริกา) หรือ Year 7 (หลักสูตรอังกฤษ) หรือเทียบเท่า
- สำหรับผู้สมัครสอบเข้าเรียน Grade 8 จะต้องจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1 (หลักสูตรไทย) หรือ Grade 7 (หลักสูตรอเมริกา) หรือ Year 8 (หลักสูตรอังกฤษ) หรือเทียบเท่า
- สำหรับผู้สมัครสอบเข้าเรียน Grade 9 จะต้องจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 2 (หลักสูตรไทย) หรือ Grade 8 (หลักสูตรอเมริกา) หรือ Year 9 (หลักสูตรอังกฤษ) หรือเทียบเท่า
- สำหรับผู้สมัครสอบเข้าเรียน Grade 10 จะต้องจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 (หลักสูตรไทย) หรือ Grade 9 (หลักสูตรอเมริกา) หรือ Year 10 (หลักสูตรอังกฤษ) หรือเทียบเท่า
- จะต้องไม่มีโรคประจำตัวร้ายแรงที่ส่งผลต่อการเรียน
- สามารถเขียนและอ่านภาษาอังกฤษได้ดี
- มีความสนใจในวิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
เกณฑ์การรับเข้าของ KMIDS
สำหรับน้องๆที่จะสอบเข้า Grade 7-8 และ Grade 9-10 จะต้องเจอข้อสอบที่แตกต่างกันไป ตามตารางด้านล่างนี้เลยครับ
สำหรับเกณฑ์การสอบผ่านของโรงเรียนสาธิตนานาชาติพระจอมเกล้า (KMIDS) ทางโรงเรียนเน้นการดูศักยภาพโดยรวมของผลสอบ กล่าวคือ หากน้องๆ คนใดไปสอบแล้วได้คะแนนภาษาอังกฤษไม่ค่อยดีเท่าที่ควร แต่สามารถทำคะแนนข้อสอบวัดความสามารถทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ได้ดีมาก ทางโรงเรียนอาจพิจารณาความสามารถที่น้องถนัด แต่คะแนนภาษาอังกฤษก็จะต้องไม่ต่ำเกณฑ์ จนไปเป็นอุปสรรคในการเรียนในหลักสูตรนานาชาติด้วยนะครับ
แล้วระดับคะแนนประมาณไหนที่ภาษาอังกฤษจะไม่เป็นอุปสรรคต่อการเรียน?
Educational Testing Service หรือ ETS เป็นองค์กรที่จัดทำข้อสอบ TOEFL Junior และ TOEFL ITP ได้เทียบผลคะแนน TOEFL กับ มาตรฐานสากลที่ใช้อธิบายระดับความเชี่ยวชาญทางภาษา (CEFR) โดยความสามารถทางภาษาในระดับ B1 จะเป็นช่วงที่น้องๆ สามารถฟัง พูด อ่าน เขียนภาษาอังกฤษได้อย่างเป็นอิสระมากขึ้น แต่คำศัพท์ ความสามารถในการอ่านและฟังยังจำกัด โดยเฉพาะในบริบทที่มีความเป็นวิชาการและเฉพาะทางมากขึ้น ดังนั้นหากน้องๆ มีโอกาสได้ฝึกทำข้อสอบ หรือทดลองสอบข้อสอบ TOEFL ช่วงคะแนนในเกณฑ์ B1 จะเป็นเป้าหมายให้กับน้องๆ ในการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของตนเองได้เป็นอย่างดี เพื่อให้เมื่อเข้าไปในรั้ว KMIDS แล้วน้องๆ สามารถเรียนรู้สิ่งต่างๆ ได้อย่างเข้าใจและสนุกไปกับมันครับ
หากน้องๆ อยากทราบรายละเอียดเพิ่มเติมหรือตารางเรียน สามารถสอบถามได้ที่ Line@ : @ignitebyondemand และครั้งหน้ารอติดตามบทความวิเคราะห์โครงสร้างข้อสอบ TOEFL Junior และ TOEFL ITP กันต่อนะครับ ถ้าได้อ่านแล้วจะรู้ว่า ข้อสอบนี้ง่ายกว่าที่คิด น้องๆ ทุกคนสามารถทำได้แน่นอนครับ ^^
สำหรับน้องๆ ที่สนใจโรงเรียนสาธิตนานาชาติมหาวิทยาลัยมหิดล(MUIDS) สามารถอ่านเกณฑ์การรับเข้าได้ที่ บทความ >> รู้จักสาธิตมหิดลอินเตอร์ MUIDS พร้อมเกณฑ์คะแนนรับเข้า
Related Blog & News
ข่าวสารและกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง
-
Blog
IGCSE คืออะไร? ตอบทุกข้อสงสัยไปกับ ignite by ondemand
IGCSE (International General Certificate of Secondary Educational) คือ หลักสูตรการศึกษาจากประเทศอังกฤษที่ทำให้ได้รับวุฒิการศึกษาเทียบเท่า ม.4 ในไทย ซึ่งหากเรียนจบหลักสูตร IGCSE แล้ว สามารถไปศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นได้ เช่น AS, A Level, IB หรือเพื่อศึกษาต่อระดับมหาวิทยาลัย โดยปกติในประเทศไทยนั้น การสอบ IGCSE จะอยู่ในระบบการศึกษาของโรงเรียนนานาชาติที่ใช้ระบบการเรียนการสอนแบบอังกฤษ (UK) แต่น้องๆที่ไม่ได้อยู่ในระบบ ก็สามารถสมัครสอบ IGCSE ได้โดยตรงกับทาง British Council Thailand นะครับ สำหรับการสอบ IGCSE นั้น ต้องเลือกสอบจำนวน 5 วิชา เพื่อให้ได้ IGCSE Certificate โดย IGCSE มีให้เลือกมากกว่า 70 […]
Comments (0)
-
Blog, Medical TCAS 1 (Portfolio)
เจาะลึกเส้นทางสอบติดคณะแพทย์ระดับโลก “University of Cambridge” น้องพรอมท์ Shrewsbury International School
กลับมาอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่กับบทสัมภาษณ์ ignite Idol น้องพรอมท์ Shrewsbury International School ที่เพิ่งสอบติดคณะแพทย์ University of Cambridge ประเทศอังกฤษปีล่าสุดมาหมาดๆ … ถือเป็นเรื่องน่าภูมิใจของประเทศไทยและ ignite มากๆ ที่สามารถส่งเด็กไทย ไปคว้าที่นั่งในคณะแพทย์เคมบริจด์ ได้ถึง 2 ปีซ้อน ซึ่งเป็นคณะแพทย์ที่ใครๆ ต่างก็ยอมรับว่าสอบเข้ายากที่สุดในโลก วันนี้พี่แอดมินขอพาน้องพรอมท์ มาเจาะลึกเส้นทางสู่คณะแพทย์ University of Cambridge ประเทศอังกฤษ พร้อมเปิดเผยเส้นทางสู่การสอบติดคณะแพทย์ระดับโลก ให้เด็กไทยทุกคนที่มีความฝันได้ศึกษาแนวทางการเตรียมตัวที่ถูกต้อง…พี่แอดมินเชื่อว่าบทความนี้จะทำให้ประเทศไทยได้คุณหมอที่มีศักยภาพระดับโลกกลับมาพัฒนาวงการสาธารณสุขไทยเพิ่มอย่างแน่นอนครับ ได้ยินว่าน้องพรอมท์อยากเป็นหมอ เพราะต้องการทำงานที่ช่วยให้ชีวิตคนอื่นดีขึ้น? เรื่องนี้มีที่มา ที่ไปอย่างไรครับ ใช่ครับ…จริงๆ แล้วผมมีความรู้สึกอยากเป็นหมอมาตั้งแต่เรียนอยู่ ม.2 แล้วครับ ด้วยความที่ยังเด็กมาก เราก็ยังไม่ได้ตัดสินใจอะไรไปตอนนั้น แต่พอโตขึ้นผมได้มีโอกาสไปสอนหนังสือให้น้องๆ […]
Comments (0)
-
Blog, Medical TCAS 1 (Portfolio)
5 โจทย์ที่ต้องเจอใน BMAT Critical Thinking พร้อมเทคนิค CAP รับมือทุกโจทย์ Part 1
สวัสดีครับน้องๆ กลับมาพบกับพี่กั๊กกันอีกครั้งนะครับ ใกล้จะถึงช่วงสอบ BMAT กันอีกแล้ว เชื่อว่าตอนนี้น้องๆ คงตั้งใจทบทวนโค้งสุดท้ายกันอยู่แน่นอน แต่เนื่องจากการสอบ BMAT นั่นมีหลายพาร์ทเหลือเกิน หากจะต้องโฟกัสทุกจุดคงจะใช้เวลาพอสมควรแน่ๆ วันนี้พี่กั๊กเลยมาพร้อมกับเทคนิควิเคราะห์โจทย์ BMAT Critical Thinking เพื่อเพิ่มเลเวลในการอัพคะแนนของน้องๆ ใน BMAT Part 1 และช่วยลดการใช้เวลาในการนั่งทบทวนว่า เอ้…โจทย์ข้อนี้ต้องการอะไรนะ? แต่ก่อนจะเริ่มเทคนิควิเคราะห์โจทย์จากพี่กั๊ก เรามาทบทวนกันอีกรอบดีกว่าว่า “BMAT Part 1 นั้น จริงๆ แล้วเป็นยังไง?” BMAT Part 1 เป็นอย่างไร ต้องเจอกับข้อสอบแบบไหน? แน่นอนว่าการที่น้องๆ จะสอบเข้าแพทย์และได้เป็นคุณหมอในอนาคต สิ่งๆ หนึ่งที่น้องจำเป็นจะต้องมีก็คือทักษะการคิดวิเคราะห์นั่นเอง ซึ่งหากน้องเป็นคนที่มีการคิดวิเคราะห์สูง ตรงนี้ก็อาจจะสื่อถึงความสามารถในการนำไปปรับใช้กับสถานการณ์เร่งด่วนต่างๆ ที่ต้องเจอในสายอาชีพนั่นเอง ดังนั้นนี่ก็เป็นที่มาของเจ้าตัว BMAT Part 1 โดยในส่วนนี้จะถูกแบ่งย่อยออกเป็นอีก 2 พาร์ท คือ BMAT Problem Solving (16 ข้อ) : […]
Comments (0)
-
Blog, CU-ATS/CU-AAT
เจาะลึกเทคนิคพิชิต ACT Science ข้อสอบเป็นยังไง? ต่างจากข้อสอบอื่นยังไงบ้าง?
สวัสดีครับน้องๆ หลังจากที่หลายคณะเริ่มประกาศรับคะแนนการสอบ ACT เพื่อคัดเลือกนิสิต นักศึกษาใหม่เข้าคณะ เช่น ISE CU หรือ SIIT น้องๆ หลายคนก็เริ่มหันมาสนใจการสอบนี้กันมากขึ้น แถมยังมีบางคนรีวิวอีกว่าข้อสอบ ACT ง่ายกว่าการสอบแบบอื่นๆ วันนี้พี่อิ๊งค์จะมาช่วยไขข้อสงสัยถึงรูปแบบของ ข้อสอบ ACT Science ว่าเป็นยังไง แล้วจะง่ายกว่าข้อสอบอื่นจริงหรือไม่กันครับ ลักษณะข้อสอบ ACT Sciencee ข้อสอบ ACT Science มีคำถาม 40 ข้อ โดยให้เวลาในการทำอยู่ที่ 35 นาทีเท่านั้น ถือว่าเป็นข้อสอบ Speed Testมากๆ น้องจะต้องฝึกฝนในการทำให้มาก และฝึกจัดการเวลาในการทำข้อสอบให้เชี่ยวชาญก่อนไปสอบ ซึ่งรูปแบบของคำถาม จะมีการให้ Passage มาประมาณ 6 เรื่อง ในแต่ละเรื่องจะมีคำถาม 4-7 ข้อ […]
Comments (0)
Comments